ฟิกจากประสบการณ์จริง
posted on 01 Dec 2006 20:25 by clover74321 in Ficณ วันที่1 ธันวาคมอันเป็นวันแสนมงคลของใครหลายๆคน แต่สำหรับเธอคนนี้หาใช่ไม่
สาวน้อยนางหนึ่งกำลังเดินหาวหวอดๆมายังมหาลัยของเธอ เจ้าหล่อนมีเรือนผมเหยีดตรงสีดำสนิทซอยจนถึงกลางหลัง เรือนร่างราวกับตะเกียบถูกหักครึ่ง ใช่แล้วเธอทั้งแห้งและเตี้ย จะมีโชคดีอยู่บ้างก็แค่ที่เธอขาวซีดกว่าบุคคลอื่นเพราะว่าเป็นโลหิตจางเท่านั้นเอง
ในวันนี้มหาลัยของเธอได้จัดกิจกรรมวันพ่อขึ้นเนื่องด้วยเกรงว่าถ้าจัดวันจันทร์อาจจะมีนิสิตชอบหยุดเลย เลยเลื่อนมาจัดในวันนี้ กิจกรรมในวันนี้ก็ไม่มีอะไรตอนช่วงเช้าก็ตักบาตรและตามด้วยการร้องเพลง
ในขณะที่คนอื่นๆกำลังเตรียมของใส่บาตรอย่างขมักเขม้น แต่เธอกลับไม่สนใจเนื่องจากอาการอดนอนเพราะปั่นแลปทั้งคืน แถมยังต้องส่งก่อน 8 โมงเสียอีก ประกอบกับโดนแม่ไล่ออกเสียแต่ไก่ยังไม่โห่
ครั้นเมื่อเธอเดินมาถึงหน้าห้องของอาจารย์เพื่อส่งงานแต่ประตูเจ้ากรรมกลับล็อกเสียนี่ เธอจึงเยื่องกรายลงไปนั่งเล่นข้างล่าง จนถึงสักช่วง 7.15 พระก็เริ่มสวดมนต์เพื่อให้บุญกุศลแก่ทุกผู้ตามเสียงจากลำโพง แต่เธอหาได้สนใจเมื่อเห็นนาฟิกามาถึงเวลา 7.20 เธอจึงเดินทั้งๆที่พระยังสวดไม่จบ มือผอมซีดยกขึ้นรับแล้วเดินไปยังห้องอาจารย์เพื่อส่งงานอีกครา
แต่ทว่าเมื่อเธอเดินมาถึงห้องก็ยังล็อกอยู่(ย้ำว่าล็อก) เธอจึงมานั่งอยู่ที่ม้ายาวด้านหน้าห้องอาจารย์เผื่ออาจารย์จะมาอีกที นั่งไปสักพักไม่รู้อะไรดลจิตใจของเธอให้ลุกขึ้นมาไปที่ประตูอีกรอบ
เมื่อหญิงสาวไปยังประตูเธอก็พบว่าประตุเปิดแง้มอยู่ เธอตอนนั้นยังไม่เอะใจว่าบางสิ่งที่เธอมองข้ามไปจะสร้างความหวาดกลัวให้แก่เจ้าตัว เมื่อเข้าไปในห้องกลับพบแต่ความว่างเปล่า แม้แต่บนโต๊ะอาจารย์คนอื่นๆก็ยังไม่มีกระเป๋าสักใบวาง แต่ตอนนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจ มือเรียววางสมุดแลปลงบนโต๊ะอาจารย์แล้วเดินออกจากห้อง
ครั้นพอส่งเสียเรียบร้อนเธอก็เดินลงมายังบันได ไม่รู้อะไรดลใจเอเข้าอีกนั่นเหละทำให้เธอเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าต่างตรงบันไดที่ตัวเองยืนอยู่
เธอมองเห็นด้านหลังของเพื่อนๆของเธอ 3 คนใส่ชุดนิสิตสีขาวพิสุทธิ์อยู่หน้าห้องแลปจุลอาหารอาคารฝั่งตรงข้ามที่จะต้องเรียนเช้านี้ ด้วยดีใจที่เห็นเพื่อนเธอจึงรีบเดินลงมาแล้วไปยังตึกข้างๆทันทีพร้อมทั้งบ่นกระปอดประแปดเพราะว่าวันนี้ทางมหาลัยให้ทุกคนใส่เสื้อเหลืองแต่เพื่อนที่เธอเห็นกลับใส่ชุดนิสิตสีขาว
แต่ทว่าพอกดลิฟเมื่อลิฟเปิดรับร่างบาง ก็ต้องขมวดคิ้วเล้กน้อยเมื่อไฟมันหรี่แสงแวบๆตามด้วยเสียงประกอบดังแคร่กๆ เธอก็ไม่คิดมากคาดว่าไฟอาจจะไม่ค่อยดีจึงใช้วิธีเดินเอา
พอขึ้นไปจนถึงห้องแลปจุลอาหารเธอกลับไม่พบวี่แววคนแม้เพียงคนเดียว เธอจึงเปลี่ยนใจไปยังห้องสมุดโดยการผ่านส่วนเชื่อมของตึก ที่เป็นส่วนที่ไร้แสงไฟและมืดที่สุดเพราะส่วนนั้นมีแต่กำแพงและห้องพักอาจารย์ซึ่งปิดประตูล็อกอยู่
และที่นั่นเองที่ทำให้เธอต้องผวาชนิดไม่สามารถลืมได้ในวันเดียว ระหว่างที่เธอเดินไปยังทางแสนมืดสนิทนั้นเธอก็พบ ชายคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมา แต่สิ่งที่ทำให้เธอสนใจหาใช่ชายคนนั้นเธอสนว่าทำไมขาวจังเลย หน้าของชายคนนั้นขาวเอ่นราวกับเรืองแสงท่ามกลางความมืด
ด้วยความสายตาสั้นและประกอบกับเคยดูโมษณา แป้งกากเพชรทำให้หน้าขาวเธอจึงคิดเอาเองว่าชายคนนั้นคงโปะแป้งมากไปเสียหน่อย เธอจึงไม่สนใจและยังเดินต่อไป ครั้นพอใกล้จนพอเห็นเธอก็เริ่มเอะใจเมื่อ เห็นคอปกเสื้อชุดนิสิตสีขาว
ทำไมหน้าจึงขาวกว่าเสื้อนะ
แต่เธอก็ยังไม่คิดมากและยังเดินต่อไปจนกระทั่งได้เห็นชัดเต็ม2ลุกตาเธอจึงได้ประจักษ์แก่ความจริงว่า สิ่งที่เธอเห็นมีแต่คอ!
เธอคงไม่อยู่เสียให้โง่ ร่างแห้งจึงหันหลังกลับ แต่เธอกลับนึกถึงคำพูดของเพื่อนได้ว่า ผีอะถึงจะวิ่งก็ไม่พ้นหรอกเพราะว่าหายตัวได้ ประกอบกับรองเท้าคัดชูไร้ดอกยางอันแสนลื่นของเธอ ทำให้ไม่สามารถที่จะวิ่งบนพื้นกระเบี้องแสนลื่นนี่ได้ รวมเวลาคิดสะระตะทั้งหมด1วินาที
เธอหันหลังกลับแบบไม่มองแล้วเดินๆๆเร็วๆๆๆโดนคอยเหลือบกระจกว่ามีคนตามมาไหมแล้วรีบวิ่งบันได เดชะบุญที่ไปเจอรุ่นพี่นั่งอยู่ข้างล่างเลยขออาศัยนั่งด้วย แล้วรุ่นพี่แสนใจดีก็รับฟังเรื่องของเธอพร้อมปลอบใจเธอว่า เค้าแค่มารับส่วนบุญเพียงเท่านั้นพอได้นั่งลงจริงๆเธอถึงรับรุ้ว่าขาตัวเองสั่น
แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องตะลึงอีกรอบนั่นคือเมื่อเพื่อนของเธอมา เพื่อนๆของเธอล้วนแต่ใส่เสื้อเหลือง
อ๊ากแล้วที่ตรูเห็นละฟระ มันคืออาร้ายยยยยยยย
เธอพยายามข่มใจจนกระทั่งถึงเวลาทำแลปต้องเอาน้ำจากแท็งน้ำต่างๆเพื่อที่จะใช้ในการตรวจหาเชื้อที่ก่อโรค เพื่อนของเธอจึงอาสาไปเอาน้ำที่ตึกศิลป เธอก็นั่งคุยสะเพเหระไปเรื่อยจนกระทั่งเพื่อนของเธอกลับมาพร้อมขวดเปล่า
หลังจากซักถามพร้อมกับไปเอาน้ำจากที่อื่นมาแล้วเพื่อนของเธอก็เล่าถึงวีรกรรมเรื่องลิฟให้ฟัง
เพื่อนของหล่อนเล่าให้ฟังว่าเมื่อลิฟเปิดก็เดินเข้าลิฟไปกดไปยังชั้น5เพื่อจะเอาน้ำ แต่ทว่าพอลิฟเริ่มเคลื่อนกลับขึ้นด้วยความไวเร็วมาก จนมาหยุดที่ชั้น4แล้วก้กลับลงไปยังชั้น3เองโดยไม่ต้องกด แล้วก็ขึ้นไปยังชั้น4ต่ออีก เป็นแบบนี้ประมาณ20นาที จนกระทั่งลิฟเปิดก็กลับมายังชั้นG ชั้นแรกที่เดินเข้าเสียแล้ว
ด้วยเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้เจ้าหล่อนเอ๋อถึงกับเกือบทำไฟไหม้แลป (ดีที่ไหม้แค่ผ้าขี้ริ้ว)
ครั้นพอทำแลปต่างๆจนเสียสิ้น ทว่าเธอกลับไม่รู้ตัวเลยลืมอะไรไปบางอย่าง ลืมเอะใจอะไรไปอย่างหนึ่ง จนเมื่ออาจารย์สอนแลปคนงามเดินเข้ามาชม
แหมศุภวรรณ ส่งแลปตั้งแต่เย็นเลยรึ
คำนี้ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วจนแทบจะผูกโบได้ แล้วเอ่ยซักไซ้ซึ่งได้ความว่า
ก็ครุเห็นสมุดแลปเธออยู่บนโต๊ะครูตอนเปิดประตูนะ
ละแล้ว อาจารย์แน่ใจนะคะว่าเมื่อเช้าตอน7โมงครึ่งไม่ได้เปิดไว้
ก็ครูไปร่วมกิจกรรมวันพ่อเพิ่งมาเปิดประตูตอน8โมงเนี่ยแล้วกุญแจก็อยู่กับอาจารย์คนเดียวใครจะมาเปิดละ
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดด พระเจ้าช่วยกล้วยไข่ทอด ทำไมเจอที3รอบติดงี้ละชีวิต
คราวที่แล้วก็เจอที่ห้องน้ำ คราวนี้เจอที่ตึกแลป เหลืออะไรอีกมั่งเนี่ย
พิมพ์ไปเสียวหลังไปวันนี้อยู่บ้านคนเดียว ชอบเผลอหันหลังไปมอง
=_= เรื่องที่แต่งขึ้นมาจากประสบการณ์จริงที่เจอวันนี้สดๆ ไร้การแต่งแต้มนะคะ
edit @ 2006/12/01 20:26:05
ถ้าเป็นนู๋ปานนี้คงชอคไปแว้วหุหุ
ยางก้ออย่าให้เจออีกเลยนะคะ
V^.*.^ V
#1 By ~^HanajunG^~I cann't have baby with you. but I give my heart to you. on 2006-12-02 10:13