[Fic code gress]ความมืดกับแสงสว่าง
posted on 24 May 2008 09:10 by clover74321 in Ficตึก ..ตึก ..ตึก
เสียงสั่นของอะไรสักอย่างที่ราวกับจะหลุดออกมาจากอกของฉัน
นี่มันเสียงอะไรกันนะ?
“ลูลูซ”เสียงอันคุ้นเคยทักขึ้นเรียกให้นัยน์ตาอเมทิศคู่งามหันไปปรายตาก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้างดงามจะคลี่ยิ้มอย่างแบบเฉพาะกับคนคนนี้เพียงเท่านั้น
“มีอะไรรึซึซาคุ”น้ำสียงเย็นชาตอบ ก่อนที่ผู้ถูกเรียกว่าซึซาคุจะสิ่งรอยยิ้มอันอ่อนโยนให้กับเขา รอยยิ้มอ่อนโยนที่ไม่ได้มีไว้สำหรับเขาเพียงแค่คนเดียว
“นายนี่น้า ทีเรื่องอื่นละจำเป็นแต่เรื่องละทำเป็นลืมเสมอเลยนะ” ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีมรกตอบอุ่นยิ้มให้กับเพื่อนรักของตนก่อนที่มือแกร่งจะคว้าเอาร่างที่สูงกว่าแต่ทว่าบอบบาง
“เดี๋ยวซึซาคุจะไปไหนหรอ”ลูลูซเอ่ยถามพลางพยายามใช้สมองอันแสนชาญฉลาดของตนครุ่นคิด นี่เราลืมอะไรไปกัน
ซึซาคุไม่ตอบแต่กลับพาเขามายังหน้าห้องสภานักเรียน ที่ทำงานประจำของเขา มือหนาพลักประตูพร้อมกันมืออีกข้างที่ว่างก็พลันเขาเข้าไปให้ห้องโดยไม่ทันให้ทันที
ปัง! เสียงประทัดดังทันทีที่ประตูถูกเปิดออกพร้อมๆกับริบบิ้นหลากสีที่ตกลงมาสู่ตัวของเขา
“สุขสันต์วันเกิดนะลูลูซ!” เสียงของใครหลายๆประสานเสียงอย่างพร้อมกัน
นัยน์ตาสีม่วงงดงามกระพริบด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหล่ซ้ายครั้นหันกลับไปรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนก็โปรยมาที่เขา ดวงหน้าคมคายของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเคลื่อนเข้ามาใกล้เขา
“สุขสันต์วันเกิดนะลูลูซ”
รอยยิ้มถูกระบายบนใบหน้าขาวนวลอย่างไม่ได้ตั้งใจ นัยน์ตาดุจแมวป่าก็พลันอ่อนโยนลง ก่อนที่ตัวของเขาจะถูกเหล่าเพื่อนของเขาล้อมรอบ
“อย่าบอกนะว่าลืมจริงๆนะลูลูซ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างงอลจากสาวน้อยชารลีย์ ก่อนที่จะตามมาด้วยด้วยเสียงจากท่านประธานคนเก่ง
“เป็นแบบนี้ซะเรื่อยละนะฉลาดซะเปล่า นี่ถ้าซึซาคุไม่มาบอกพวกเราก็คงไม่ได้มาทำแบบนี้หรอกนะ ขอบใจเขาซะด้วยละพ่อหนุ่มขี้ลืม”
ดวงหน้าหวานหันกลับไปมองให้กับเด็กหนุ่มที่อยู่มุมห้องพลางก้มๆเงยเพื่อเอาอาหารและเครื่องดื่มมาให้เพียงพอกับจำนวนคน
“ใช่ๆซึซาคุนะเป็นพ่องานของงานนี้เลยละนะพยายามเตรียมทั้งหมดเองเลยด้วยเด็กหนุ่มผู้สอยรางวัลหนุ่มไร่แห้วนามรีวาลเอ่ยขึ้นพร้อมกับเหยียดแขนขึ้นคล้องคอของเขา
“แต่ว่านะจ๊ะพระเอกของงานนี่นะคือเธอนะ” ประธานสาวเอ่ยพร้อมกับลากเขาให้มาอยู่กลางวงเพื่อทำการเปิดงานแต่ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากบอกอะไรรีวาลก็แย่งไมล์ไปจากเขา
“โอ๊ย จะอารัมภัมบทไปไหนนักหนาพวกเราโซ้ยกันเตอะ” >>>นี่สินะเจตนาของแก
ลูลูซยิ้มน้อยๆให้กับภาพความสุขแบบนี้ ครั้นหลังจากที่ถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยง(?)ในฐานะพระเอกของงานไปได้สักพักแล้วด้วยความพยายามของเขาก็สามารถปลีกตัวออกมานอกระเบียงเพียงลำพังจนได้ ....ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ชอบความสนุกเช่นนี้หรอกนะเพียงแต่สำหรับคนที่มีความเงียบและความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งเป็นเพื่อนคลายเหงา แบบเขานั้นยากนักที่จะชินกับความครื้นเครงที่สว่างเจิดจ้าเช่นนี้
“เป็นอะไรไปหรอลูลูซ”เสียงนุ่มที่ทักเขาด้วยความเป็นห่วงพร้อมๆกับมืออันแสนอบอุ่นที่ยื่นเข้ามาหาเขาด้วยความจริงใจ”ไม่สบายหรือเปล่า” ไม่พูดเปล่าใบหน้าคมคายยังเลื่อนมาจนกระทั่งหน้าผากสีคล้ำจะชนเข้ากับหน้าผากของเขา
“อะ เอ่อซึซาคุ”อยู่ๆเขาก็เกิดความรู้สึกแปลกๆบางอย่างภายในอก มีเสียงบางอย่างที่ดัง ตึกๆ กระพืออยู่ในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง ดวงหน้าที่เคยขาวจัดกลับเริ่มแดงระรื่อด้วยเหตุผลบางอย่างจนทำให้คนตรงหน้าเริ่มจะห่วงขึ้นมา
มือใหญ่ประทับลงบนพวงแก้มใสก่อนจะลูบเบาๆ “ถ้าไม่สบายก็กลับเถอะนะลูลูซเดี๋ยวฉันไปส่ง”
ลูลูซเอื้อมมือไปคว้ามืออันแสนร้อนผ่าวในความคิดของเขาออกก่อนจะพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไม่เป็นไรหรอกบางทีฉันคงจะเมาซะแล้วละมั้ง”เขาโบ้ยเรื่องทั้งหมดไปให้น้ำพันซ์ที่คุณประธานสุดสวยเป็นคนเอามาปล่อย เด็กหนุ่มสีผืนดินยิ้มบางๆอย่างโล่งใจโดยหารู้ไม่ว่าคนตรงหน้าตัวเองนั้นแทบไม่ได้เตะเจ้าเครื่องดื่มอัตรายนั่นเลย
“งั้นเข้าไปข้างในกันเถอะจะได้อุ่นกว่านี้”เด็กหนุ่มแย้มยิ้มแล้วเตรียมจะลากเพื่อนเข้าแต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าน้อยๆ ลูลูซมองไปยังดวงจันทราที่ส่องประกายแล้วยิ้มน้อยๆ “อยู่อีกนิดเถอะนะพระจันทร์ยังสวยอยู่เลย”
“ขอบคุณมากนะซึซาคุ”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเรียบๆเมื่อผ่านไปได้สักพัก ..ขอบคุณในความอ่อนโยนของนายที่มีเสมอมานะ
ซึซาคุยิ้มตอบในคำขอบคุณของเขา แต่ทว่าเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อกลับหารู้ไม่ว่าในคำพูดนั้นแฝงไปด้วยหลากความหมาย “ไม่เป็นไรก็เพื่อนกันทั้งนั้น”
ราวกับเสียงอะไรที่ดำดิ่งลงขอบเหวอย่างไร้ที่สิ้นสุด ฉันรู้ว่ามันคือเสียงอะไร ฉันรู้ดีที่สุดเลยละ แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยายามส่งรอยยิ้มที่แสนจะเสแสร้งกลับไปให้ด้วยความยากลำบาก ทั้งๆที่รู้อยู่มาตลอดเลยแท้
ว่าทั้งรอยยิ้ม ความใจดี ความอ่อนโยนและอบอุ่นนี่นะไม่ได้มีเพื่อฉันคนเดียว ราวกับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องไปยังทุกๆคน แต่ทว่าทั้งๆรู้ก็ยังมีสัตว์โลกที่โง่งมหลงคิดว่าแสงนั้นจะรักตนเพียงน้อย แต่ไม่เลยมันก็มีค่าพอๆกับสัตว์ตัวอื่นๆนั่นเหละไม่ได้มีความสำคัญหรือพิเศษไปกว่าคนอื่นเลย ... ฉันคงเป็นได้แค่เพื่อนของนายสินะซึซาคุ
ความรู้สึกในอกนี่มันอะไรกันนะ
ทำไมมันถึงยังไม่ยอมหยุดเสียทีละ
ทั้งๆที่เต้นไปก็ไร้ค่าแท้ๆ
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
ฉันเคยคิดว่าจะยอมเป็นความมืด ความมืดอันแสนโสมมเพื่อที่จะปราบความชั่วร้ายบนโลกใบนี้
เพื่อโลกที่สดใส เพื่อเหล่าคนที่ฉันรัก เพื่อนานาลีและเพื่อนายซึซาคุ..
แต่ทำไม ทำไมกันเล่าคนที่มาขัดขวางฉันเล่าครั้งแล้วครั้งเล่า
มันกลับเป็นนาย! ซึซาคุ
นายจะรู้ไหมนะว่าฉันรู้สึกยังไงตอนนั้น
มันเจ็บ..ใช่ซึซาคุมันเจ็บมาก เจ็บจนแทบจะไร้กำลัง
“หยุดนะอย่าเตะต้องเขา!” ฉันตวาดออกไปเมื่อเห็นเหล่าอัศวินของฉันจะทำร้ายนาย เพียงนายเท่านั้น ขอเพียงนายเท่านั้น...
“คนที่ขับหุ่นตัวนั้นคือนายงั้นหรือ” จำไม่ได้เลยว่าในตอนนั้นเปล่งเสียงในแบบไหนออกไป นายรู้ไหมซึซาคุว่าหลังจากนั้นฉันหัวเราะด้วยความบ้าคลั่งแค่ไหน
หัวเราะให้กับโชคชะตาที่เล่นตลก
คนที่ฉันอยากปกป้องกลับเป็นคนที่ต้องทำลาย
หัวเราะให้กับหัวใจที่เจ็บบอบช้ำ
เจ็บเจียนตายแต่ก็น่าแปลกนะที่ฉันยังมีชีวิตทั้งๆที่..เจ็บขนาดนี้
หัวเราะให้กับพระเจ้าที่ทอดทิ้งฉัน
หัวเราะให้กับตัวเองที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
แต่สิ่งที่น่าหัวเราะมากที่สุดก็คือ..ตัวฉันเอง..ที่ไม่รู้ว่าทำไมน้ำใสๆจึงไหลรินออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ..บางทีฉันคงจะหัวเราะให้กับตัวเอง
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง..วันที่เขาคนนั้นได้พบคนเพียงคนเดียวของเขา
คนที่เราจะรักตลอดไป..ไม่มีวันเสื่อมคลาย
คนคนนั้นไม่ใช่ฉันแต่กลับเป็นหญิงสาวที่งดงามทั้งกายและใจ
เป็นผู้หญิงที่สว่างเจิดจ้าและเลอค่า...แตกต่างกับความมืดมิดอย่างฉันลิบลับ
เธอเป็นแสงสว่างที่สู้กับความชั่วแตกต่างกับฉันที่ยอมเป็นสิ่งชั่วร้ายเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้าย
ฉันไม่สูงค่า ส่องสว่างและงดงามเช่นเธอ
เพราะงั้นเธอถึงเหมาะสมกับดวงตะวันที่ร้อนแรงและอบอุ่นเฉกเช่นนาย
ทั้งๆที่รู้มาตั้งแต่ต้นว่ามันไม่มีทาง
แต่ทำไมนะ มันถึงยังเจ็บแบบน่ารำคาญเช่นนี้......
“ลูลูซฉันได้เป็นอัศวินแล้วละ”น้ำเสียงที่บอกกับฉันมันช่างร่าเริงและเปี่ยมไปด้วยความรัก ซึซาคุยิ้มได้เจิดจ้าที่สุดตราบเท่าที่ฉันเคยเห็นมา นัยน์ตาสีมรกตของเขาเต็มไปด้วยประกายแห้งความหวังอันเต็มเปี่ยม มันเป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่สามารถทำให้มันเกิดได้ เป็นสีหน้าที่ฉันไม่ได้เป็นคนทำ
“ดีใจด้วยนะซึซาคุ” ฉันแทบจำไม่ได้เลยว่าในตอนนั้นตอบไปด้วยน้ำเสียงเช่นใด รอยยิ้มแบบใด รู้แต่ว่ามันเจ็บยิ่งกว่าครั้งก่อน เจ็บจนเสียจะตายให้ได้ซึซาคุ ... นี่คือความผิดของนายนะที่ทำให้ฉันเจ็บขนาดนี้
(รำไม่ดีโทษปี่โทษกลองนี่หว่าลู่)
เธอคนนั้นแย่งเขาไปจากฉัน..แย่งเขาไปจากฉันแบบที่ไม่มีวันกลับ
ฉันเคียดแค้นรึเปล่า..ไม่แน่ใจเหมือนกัน
เพียงแต่ในใจมันเจ็บและร้อนเกินกว่าจะทานทน
ถึงจะเป็นแบบนั้นฉันที่เคยแสนชั่วช้าก็กลับยอมโอนอ่อนให้แสงสว่างเล็กๆนี่แทรกผ่านเข้ามาได้
หากฉันรับเสนอของเธอผู้งดงามนี้ทุกคนจะมีความสุขไหมนะ
ทั้งนานาลีที่ฉันรัก ความเคียดแค้นที่มีต่อบริทาเนียของฉัน และนาย..ซึซาคุแต่ทว่าในชั่วพริบตาที่ฉันเอื้อมมือเพื่อตอบรับคำเสนอของเธออยู่นั้น ก็กลับเกิดเหตุขึ้นมา
ฉันไม่รู้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ..ฉันไม่ได้ตั้งใจ
ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอตาย!
“เซโร่! เพราะแก แกฆ่ายูฟีเมีย เพราะแก!เซโร่!”
น้ำเสียงของเขาที่ระบายถึงความชิงชัง นัยน์ตาสีมรกตที่เอ่อล้นไปด้วยความเคียดแค้นอันแสนจะล้ำลึก ..มันเป็นสิ่งที่ท้ายบนโลกใบนี้ที่ฉันต้องการจะเห็น..
ไม่! ไม่! ไม่! ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้
ฉันไม่ได้ต้องการให้นายมองฉันด้วยแววตาแบบนี้
ได้โปรดเถอะอย่ามองฉัน อย่าพูดกับฉันแบบนี้ เพียงนายคนเดียวเท่านั้น มีเพียงนายเท่านั้น
ถึงคนทั้งโลกจะเกลียดฉัน จะทอดทิ้งฉัน แต่นายเท่านั้นซึซาคุ
มีเพียงนายเท่านั้นที่ได้โปรดอย่าเกลียดฉันเลย จะมองฉันเหมือนแค่วัชพืชไร้ค่าก็ได้ซึซาคุ
แต่ได้โปรด ได้โปรดอย่าทำสายตาแบบนี้กับฉันเลยนะ
หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ไปหาเขา ..ทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องเจ็บมากกว่านี้แต่หากความเป็นห่วงที่มีต่อเขามันมีมากกว่า ขาทั้งสองข้างช่างไม่ซื่อตรงต่อสมองของเขาเอาเสียเลยในเมื่อมันกลับพาเขามาหยุดอยู่ต่อหน้าผู้ที่ลั่นวาจาจะฆ่าเขา
ผู้ที่ทำให้ฉันต้องทุกข์ทรมานอยู่ทุกเมื่อ
“ซึซาคุ”ฉันเอ่ยเรียกชื่อของเขาเบาๆ ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าที่อิดโรยของเขา นัยน์ตาของเขามันช่างหม่นหมองราวกับคนที่ตายไปแล้ว.. ซึซาคุถึงฉันทนไม่ได้ ทั้งๆที่การที่นายแค้นมันมันเจ็บแล้วแต่ทว่าการได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของนายมันเจ็บยิ่งกว่า มือทั้งสองข้างของฉันโอบกอดเขาเบาๆ
“ซึซาคุ.ซึซาคุ”ริมฝีปากของฉันพร่ำแต่เรียกชื่อของเขา ซึซาคุได้โปรดอย่าทำหน้าแบบนี้เลย..”ซึซาคุ”จนเสียงสุดท้ายที่เรียกเขาก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาราวกับว่าเขาไม่มีชีวิตแล้วเสียยังงั้นเหละ ฉันค่อยๆประคองใบหน้าหม่นหมองของเขาขึ้นมาก่อนที่จะประทับริมฝีปากของตนเองลงไปเบาๆ
นิ้วเรียวแกะเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของตัวเองออกก่อนที่มือที่เริ่มจะถอดกางเกงลงช้าๆ นัยน์ตาสีลาเวนเดอร์สั่นไหวเพียงวูบเดียวแต่ก็พลันเข้มแข็งขึ้นมา ริมฝีปากบางจรดที่เดิม แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอคนที่มีสีหน้าเซ็งโลก ฉันสอดปลายลิ้นเข้าโพรงปากอุ่นของเขาก่อนที่จะได้รับการตอบสนองด้วยความรุนแรง
“อ๊ะ”ฉันร้องด้วยความตกใจเมื่อโดนกระชากให้ลงไปนอนลงกับพื้นพร้อมๆกับความหนักที่โดนทับ “ซึซาคุ”ฉันพร่ำเรียกเขาพร้อมหลับตาลงรับสัมผัสอันแสนเจ็บปวด
นี่ฉันคงโง่สินะที่ดันมาปลอบใจศัตรูที่จะฆ่าเขา ชี้ทางให้เขา บอกให้เขาฆ่าซีโร่มอบพลังชีวิตให้กับเขา
ซึซาคุนายรู้ไหมความเคียดแค้นที่นายมีต่อฉันนั้นมันฆ่าฉันได้ทั้งเป็น
นายไม่ต้องทำอะไรเลยซึซาคุ นายไม่ต้องเหนี่ยวไกปืนเพื่อยิงฉันเสียด้วยซ้ำ
ในที่นี้ ณ ตอนนี้ฉันได้ตายทั้งเป็นด้วยน้ำมือนายไปเสียแล้ว+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
ท่ามกลางโบราณสถานอันโออ่า มีร่างสองร่างที่กำลังใช้ปืนจ่อไปยังฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ
(จริงๆมันมีคาเรนอยู่ด้วยเนอะ แต่ช่างเตอะเราไม่สนซะอย่าง 555+ ก็ผู้หญิงเป็นตัวเกะกะนี่เนอะ)
นัยน์ตาสีลาเวนเดอร์จับจ้องไปยังมรกตที่แฝงล้นไปด้วยความเกลียดชัง รอยยิ้มเหยียดหยามผุดขึ้นบนใบหน้างาม ไม่ใช่ยิ้มให้แก่ฝ่ายตรงข้าม แต่ทว่าเขายิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับตัวเองที่โง่เง่าและน่าสมเพช
ความมืดกับแสงสว่างมันไม่มีที่จะมาบรรจบกันได้หรอก
น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแท้ๆ..แต่ถึงอย่างงั้นความมืดก็ยังฝืน
ฝืนทั้งๆที่รู้ว่าแสงสว่างจะไม่มีทางส่องสว่างลงมายังก้นบึ้งหุบเหวนี่อีกแล้ว
ซึซาคุ...รู้ไหมมันมืดมากเลย ทั้งมืดทั้งหนาวและดำดิ่งจนสุดจะประมาณ
สิ่งมีชีวิตภายใต้ความมืดนั้นต้องการเพียงแค่แสงแดดอ่อนๆที่จะสาดส่องลงมาเพียงนิดเดียว
นิดเดียวเท่านั้นก็พอซึซาคุ แต่ทว่าตอนนี้มันคงไม่ได้รับโอกาสนั้นอีกแล้วสินะ
“ลูลูซ! ทำไม ทำไมต้องฆ่าเธอ” อา..น้ำเสียงอันแสนจะเกรี้ยวกราดของเขาคราวนี้ฉันได้รับรู้มันตรงๆเลยสินะ ..ช่างเจ็บกว่าที่ได้ยินในโทรศัพย์เสียอีก
“เพราะฉันจำเป็นนะสิ”.....นี่ซึซาคุถ้าฉันตอบความจริงนายไปนายจะยอมเชื่อฉันไหม แต่ดูจากท่าทางของนายแล้วคงไม่มีวันสินะ
“แก!” เขาร้องใส่ฉันแล้วยกปืนขึ้นจ่อมาที่ฉันซึ่งฉันเองก็ทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน
รู้ไหมซึซาคุ เมื่อความมืดต้องการแสงจากดวงตะวัน
แต่ทว่าดวงตะวันดวงนั้นกลับไม่ยอมสาดแสงลงมาเลย
คิดไหมว่าความมืดตนนั้นจะทำยังไงดีเอ่ย
คำตอบนั้นง่ายมากเลยละซึซาคุ
“ลูลูซ!”เขาเรียกชื่อฉันแล้วลั่นกระสุนออกมามันเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันเรียกชื่อเขาและลั่นกระสุน
มันช่างราวกับภาพสโลโมชั่นกระสุนของเราทั้งสองตรงมาที่ตัวของเราทั้งคู่
ใช่แล้วละซึซาคุ หากแสงจากดวงตะวันไม่ยอมสาดส่องลงมา
เราก็จัดการสอยดวงตะวันดวงนั้นลงมาให้จมอยู่กับความมืดมิดสิ
เพียงเท่านี้ความมืดก็จะได้ตะวันอันเฉิดฉายมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีวันส่องแสงได้อีกครั้งก็ตาม
หากต้องเสียนายไปแล้วละก็ฉันจะเป็นคนดับลมหายใจของนายเองซึซาคุ!
edit @ 24 May 2008 09:18:33 by ~: [V] i O l e T- M o O [N] {จอย} :~
#1 By Game Master Psycho on 2008-05-24 15:57