[Fic code gress]ความมืดกับแสงสว่าง

posted on 24 May 2008 09:10 by clover74321  in Fic

ตึก ..ตึก ..ตึก

เสียงสั่นของอะไรสักอย่างที่ราวกับจะหลุดออกมาจากอกของฉัน

นี่มันเสียงอะไรกันนะ?

 

ลูลูซเสียงอันคุ้นเคยทักขึ้นเรียกให้นัยน์ตาอเมทิศคู่งามหันไปปรายตาก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้างดงามจะคลี่ยิ้มอย่างแบบเฉพาะกับคนคนนี้เพียงเท่านั้น

 

มีอะไรรึซึซาคุน้ำสียงเย็นชาตอบ ก่อนที่ผู้ถูกเรียกว่าซึซาคุจะสิ่งรอยยิ้มอันอ่อนโยนให้กับเขา รอยยิ้มอ่อนโยนที่ไม่ได้มีไว้สำหรับเขาเพียงแค่คนเดียว

 

นายนี่น้า ทีเรื่องอื่นละจำเป็นแต่เรื่องละทำเป็นลืมเสมอเลยนะ ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีมรกตอบอุ่นยิ้มให้กับเพื่อนรักของตนก่อนที่มือแกร่งจะคว้าเอาร่างที่สูงกว่าแต่ทว่าบอบบาง

 

เดี๋ยวซึซาคุจะไปไหนหรอลูลูซเอ่ยถามพลางพยายามใช้สมองอันแสนชาญฉลาดของตนครุ่นคิด นี่เราลืมอะไรไปกัน

 

ซึซาคุไม่ตอบแต่กลับพาเขามายังหน้าห้องสภานักเรียน ที่ทำงานประจำของเขา มือหนาพลักประตูพร้อมกันมืออีกข้างที่ว่างก็พลันเขาเข้าไปให้ห้องโดยไม่ทันให้ทันที

 

ปัง! เสียงประทัดดังทันทีที่ประตูถูกเปิดออกพร้อมๆกับริบบิ้นหลากสีที่ตกลงมาสู่ตัวของเขา

 

สุขสันต์วันเกิดนะลูลูซ!” เสียงของใครหลายๆประสานเสียงอย่างพร้อมกัน

 

นัยน์ตาสีม่วงงดงามกระพริบด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหล่ซ้ายครั้นหันกลับไปรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนก็โปรยมาที่เขา  ดวงหน้าคมคายของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเคลื่อนเข้ามาใกล้เขา

 

สุขสันต์วันเกิดนะลูลูซ

 

รอยยิ้มถูกระบายบนใบหน้าขาวนวลอย่างไม่ได้ตั้งใจ นัยน์ตาดุจแมวป่าก็พลันอ่อนโยนลง ก่อนที่ตัวของเขาจะถูกเหล่าเพื่อนของเขาล้อมรอบ

 

อย่าบอกนะว่าลืมจริงๆนะลูลูซ เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างงอลจากสาวน้อยชารลีย์ ก่อนที่จะตามมาด้วยด้วยเสียงจากท่านประธานคนเก่ง

 

เป็นแบบนี้ซะเรื่อยละนะฉลาดซะเปล่า นี่ถ้าซึซาคุไม่มาบอกพวกเราก็คงไม่ได้มาทำแบบนี้หรอกนะ ขอบใจเขาซะด้วยละพ่อหนุ่มขี้ลืม

 

ดวงหน้าหวานหันกลับไปมองให้กับเด็กหนุ่มที่อยู่มุมห้องพลางก้มๆเงยเพื่อเอาอาหารและเครื่องดื่มมาให้เพียงพอกับจำนวนคน

 

ใช่ๆซึซาคุนะเป็นพ่องานของงานนี้เลยละนะพยายามเตรียมทั้งหมดเองเลยด้วยเด็กหนุ่มผู้สอยรางวัลหนุ่มไร่แห้วนามรีวาลเอ่ยขึ้นพร้อมกับเหยียดแขนขึ้นคล้องคอของเขา

 

แต่ว่านะจ๊ะพระเอกของงานนี่นะคือเธอนะ ประธานสาวเอ่ยพร้อมกับลากเขาให้มาอยู่กลางวงเพื่อทำการเปิดงานแต่ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากบอกอะไรรีวาลก็แย่งไมล์ไปจากเขา

 

โอ๊ย จะอารัมภัมบทไปไหนนักหนาพวกเราโซ้ยกันเตอะ >>>นี่สินะเจตนาของแก

 

ลูลูซยิ้มน้อยๆให้กับภาพความสุขแบบนี้ ครั้นหลังจากที่ถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยง(?)ในฐานะพระเอกของงานไปได้สักพักแล้วด้วยความพยายามของเขาก็สามารถปลีกตัวออกมานอกระเบียงเพียงลำพังจนได้ ....ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ชอบความสนุกเช่นนี้หรอกนะเพียงแต่สำหรับคนที่มีความเงียบและความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งเป็นเพื่อนคลายเหงา แบบเขานั้นยากนักที่จะชินกับความครื้นเครงที่สว่างเจิดจ้าเช่นนี้

 

เป็นอะไรไปหรอลูลูซเสียงนุ่มที่ทักเขาด้วยความเป็นห่วงพร้อมๆกับมืออันแสนอบอุ่นที่ยื่นเข้ามาหาเขาด้วยความจริงใจไม่สบายหรือเปล่า ไม่พูดเปล่าใบหน้าคมคายยังเลื่อนมาจนกระทั่งหน้าผากสีคล้ำจะชนเข้ากับหน้าผากของเขา

 

อะ เอ่อซึซาคุอยู่ๆเขาก็เกิดความรู้สึกแปลกๆบางอย่างภายในอก มีเสียงบางอย่างที่ดัง ตึกๆ กระพืออยู่ในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง ดวงหน้าที่เคยขาวจัดกลับเริ่มแดงระรื่อด้วยเหตุผลบางอย่างจนทำให้คนตรงหน้าเริ่มจะห่วงขึ้นมา

 

มือใหญ่ประทับลงบนพวงแก้มใสก่อนจะลูบเบาๆ ถ้าไม่สบายก็กลับเถอะนะลูลูซเดี๋ยวฉันไปส่ง

 

ลูลูซเอื้อมมือไปคว้ามืออันแสนร้อนผ่าวในความคิดของเขาออกก่อนจะพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เป็นไรหรอกบางทีฉันคงจะเมาซะแล้วละมั้งเขาโบ้ยเรื่องทั้งหมดไปให้น้ำพันซ์ที่คุณประธานสุดสวยเป็นคนเอามาปล่อย เด็กหนุ่มสีผืนดินยิ้มบางๆอย่างโล่งใจโดยหารู้ไม่ว่าคนตรงหน้าตัวเองนั้นแทบไม่ได้เตะเจ้าเครื่องดื่มอัตรายนั่นเลย

 

งั้นเข้าไปข้างในกันเถอะจะได้อุ่นกว่านี้เด็กหนุ่มแย้มยิ้มแล้วเตรียมจะลากเพื่อนเข้าแต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าน้อยๆ ลูลูซมองไปยังดวงจันทราที่ส่องประกายแล้วยิ้มน้อยๆ อยู่อีกนิดเถอะนะพระจันทร์ยังสวยอยู่เลย

 

 นัยน์ตาสีมรกตมองตามแล้วก็ยิ้มออกมา นั่นสินะสวยจริงๆด้วย ลูลูซมองท่าทีใสซื่อนั่นแล้วก็คิดถึงในคืนวันเก่าๆ ในคราแรกที่เราพบกันเรากลับทะเลาะกัน แต่ยามที่ฉันโดนคนอื่นรังแกนายกลับเป็นฝ่ายที่วิ่งเข้ามาช่วย ปลอบประโลมฉันที่อ่อนไหวให้ยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง ทุกๆครั้งนายจะมองมาที่ฉันแล้วก็ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนพร้อมมืออันอบอุ่นที่ประคับประคองฉันท่ามกลางความมืดมิดของฉัน มีเพียงแสงสว่างอันเจิดจ้านี้เท่านั้น  

ขอบคุณมากนะซึซาคุเด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเรียบๆเมื่อผ่านไปได้สักพัก ..ขอบคุณในความอ่อนโยนของนายที่มีเสมอมานะ

 

ซึซาคุยิ้มตอบในคำขอบคุณของเขา แต่ทว่าเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อกลับหารู้ไม่ว่าในคำพูดนั้นแฝงไปด้วยหลากความหมาย ไม่เป็นไรก็เพื่อนกันทั้งนั้น

 

ราวกับเสียงอะไรที่ดำดิ่งลงขอบเหวอย่างไร้ที่สิ้นสุด ฉันรู้ว่ามันคือเสียงอะไร ฉันรู้ดีที่สุดเลยละ แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยายามส่งรอยยิ้มที่แสนจะเสแสร้งกลับไปให้ด้วยความยากลำบาก ทั้งๆที่รู้อยู่มาตลอดเลยแท้

 

ว่าทั้งรอยยิ้ม ความใจดี ความอ่อนโยนและอบอุ่นนี่นะไม่ได้มีเพื่อฉันคนเดียว ราวกับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องไปยังทุกๆคน แต่ทว่าทั้งๆรู้ก็ยังมีสัตว์โลกที่โง่งมหลงคิดว่าแสงนั้นจะรักตนเพียงน้อย แต่ไม่เลยมันก็มีค่าพอๆกับสัตว์ตัวอื่นๆนั่นเหละไม่ได้มีความสำคัญหรือพิเศษไปกว่าคนอื่นเลย ... ฉันคงเป็นได้แค่เพื่อนของนายสินะซึซาคุ

 

ความรู้สึกในอกนี่มันอะไรกันนะ

ทำไมมันถึงยังไม่ยอมหยุดเสียทีละ

ทั้งๆที่เต้นไปก็ไร้ค่าแท้ๆ

 

+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+

 

ฉันเคยคิดว่าจะยอมเป็นความมืด ความมืดอันแสนโสมมเพื่อที่จะปราบความชั่วร้ายบนโลกใบนี้

เพื่อโลกที่สดใส เพื่อเหล่าคนที่ฉันรัก เพื่อนานาลีและเพื่อนายซึซาคุ..

แต่ทำไม ทำไมกันเล่าคนที่มาขัดขวางฉันเล่าครั้งแล้วครั้งเล่า

มันกลับเป็นนาย! ซึซาคุ

นายจะรู้ไหมนะว่าฉันรู้สึกยังไงตอนนั้น

มันเจ็บ..ใช่ซึซาคุมันเจ็บมาก เจ็บจนแทบจะไร้กำลัง

 

หยุดนะอย่าเตะต้องเขา!” ฉันตวาดออกไปเมื่อเห็นเหล่าอัศวินของฉันจะทำร้ายนาย เพียงนายเท่านั้น ขอเพียงนายเท่านั้น...

 

คนที่ขับหุ่นตัวนั้นคือนายงั้นหรือ จำไม่ได้เลยว่าในตอนนั้นเปล่งเสียงในแบบไหนออกไป นายรู้ไหมซึซาคุว่าหลังจากนั้นฉันหัวเราะด้วยความบ้าคลั่งแค่ไหน

 

หัวเราะให้กับโชคชะตาที่เล่นตลก

คนที่ฉันอยากปกป้องกลับเป็นคนที่ต้องทำลาย

หัวเราะให้กับหัวใจที่เจ็บบอบช้ำ

เจ็บเจียนตายแต่ก็น่าแปลกนะที่ฉันยังมีชีวิตทั้งๆที่..เจ็บขนาดนี้

หัวเราะให้กับพระเจ้าที่ทอดทิ้งฉัน

หัวเราะให้กับตัวเองที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

 

แต่สิ่งที่น่าหัวเราะมากที่สุดก็คือ..ตัวฉันเอง..ที่ไม่รู้ว่าทำไมน้ำใสๆจึงไหลรินออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ..บางทีฉันคงจะหัวเราะให้กับตัวเอง

 แต่ว่านะถึงนั่นจะเป็นแสงสว่างที่ความมืดเช่นฉันหมายปองแต่ทว่ามันก็ช่างไกลเกินไป ..ซึซาคุฉันอ่อนแอเกินไป แต่ทว่าฉันจะยืนหยัดให้ได้แม้จะถูกนายปฎิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า นายที่ไม่ยอมรับความมืดเช่นฉัน..แต่ฉันก็จะสู้ต่อไป ซีโร่คนนี้จะแสดงให้นายเห็นเองว่าวามอ่อนโยนนะมันช่วยใครไม่ได้หรอกนะ แล้วถึงเวลานั้นฉันก็จะโอบกอดนายไว้ด้วยความมืดมิดของฉันลากให้นายจมดิ่งกับตัวตนของฉัน.. สักวันฉันจะแสดงให้นายเห็นเองซึซาคุ... 

+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+

 

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง..วันที่เขาคนนั้นได้พบคนเพียงคนเดียวของเขา

คนที่เราจะรักตลอดไป..ไม่มีวันเสื่อมคลาย

คนคนนั้นไม่ใช่ฉันแต่กลับเป็นหญิงสาวที่งดงามทั้งกายและใจ

เป็นผู้หญิงที่สว่างเจิดจ้าและเลอค่า...แตกต่างกับความมืดมิดอย่างฉันลิบลับ

เธอเป็นแสงสว่างที่สู้กับความชั่วแตกต่างกับฉันที่ยอมเป็นสิ่งชั่วร้ายเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้าย

ฉันไม่สูงค่า ส่องสว่างและงดงามเช่นเธอ

เพราะงั้นเธอถึงเหมาะสมกับดวงตะวันที่ร้อนแรงและอบอุ่นเฉกเช่นนาย

ทั้งๆที่รู้มาตั้งแต่ต้นว่ามันไม่มีทาง

แต่ทำไมนะ มันถึงยังเจ็บแบบน่ารำคาญเช่นนี้......

 

ลูลูซฉันได้เป็นอัศวินแล้วละน้ำเสียงที่บอกกับฉันมันช่างร่าเริงและเปี่ยมไปด้วยความรัก ซึซาคุยิ้มได้เจิดจ้าที่สุดตราบเท่าที่ฉันเคยเห็นมา  นัยน์ตาสีมรกตของเขาเต็มไปด้วยประกายแห้งความหวังอันเต็มเปี่ยม มันเป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่สามารถทำให้มันเกิดได้ เป็นสีหน้าที่ฉันไม่ได้เป็นคนทำ

 

ดีใจด้วยนะซึซาคุ ฉันแทบจำไม่ได้เลยว่าในตอนนั้นตอบไปด้วยน้ำเสียงเช่นใด รอยยิ้มแบบใด รู้แต่ว่ามันเจ็บยิ่งกว่าครั้งก่อน เจ็บจนเสียจะตายให้ได้ซึซาคุ ... นี่คือความผิดของนายนะที่ทำให้ฉันเจ็บขนาดนี้

 

(รำไม่ดีโทษปี่โทษกลองนี่หว่าลู่)

 

เธอคนนั้นแย่งเขาไปจากฉัน..แย่งเขาไปจากฉันแบบที่ไม่มีวันกลับ

ฉันเคียดแค้นรึเปล่า..ไม่แน่ใจเหมือนกัน

เพียงแต่ในใจมันเจ็บและร้อนเกินกว่าจะทานทน

ถึงจะเป็นแบบนั้นฉันที่เคยแสนชั่วช้าก็กลับยอมโอนอ่อนให้แสงสว่างเล็กๆนี่แทรกผ่านเข้ามาได้

หากฉันรับเสนอของเธอผู้งดงามนี้ทุกคนจะมีความสุขไหมนะ

ทั้งนานาลีที่ฉันรัก ความเคียดแค้นที่มีต่อบริทาเนียของฉัน และนาย..ซึซาคุ

แต่ทว่าในชั่วพริบตาที่ฉันเอื้อมมือเพื่อตอบรับคำเสนอของเธออยู่นั้น ก็กลับเกิดเหตุขึ้นมา

ฉันไม่รู้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ..ฉันไม่ได้ตั้งใจ

ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอตาย!

 

เซโร่! เพราะแก แกฆ่ายูฟีเมีย เพราะแก!เซโร่!”

 

น้ำเสียงของเขาที่ระบายถึงความชิงชัง นัยน์ตาสีมรกตที่เอ่อล้นไปด้วยความเคียดแค้นอันแสนจะล้ำลึก ..มันเป็นสิ่งที่ท้ายบนโลกใบนี้ที่ฉันต้องการจะเห็น..

 

ไม่! ไม่! ไม่! ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้

ฉันไม่ได้ต้องการให้นายมองฉันด้วยแววตาแบบนี้

ได้โปรดเถอะอย่ามองฉัน อย่าพูดกับฉันแบบนี้ เพียงนายคนเดียวเท่านั้น มีเพียงนายเท่านั้น

ถึงคนทั้งโลกจะเกลียดฉัน จะทอดทิ้งฉัน แต่นายเท่านั้นซึซาคุ

มีเพียงนายเท่านั้นที่ได้โปรดอย่าเกลียดฉันเลย จะมองฉันเหมือนแค่วัชพืชไร้ค่าก็ได้ซึซาคุ

แต่ได้โปรด ได้โปรดอย่าทำสายตาแบบนี้กับฉันเลยนะ

 

            ซึซาคุ?” ฉันรับโทรศัพย์จากเขา น้ำเสียงแสนสั่นเครือนของเขามันช่างไม่ดีเอาเสียซะเลย ..เขาเว้นช่วงก่อนที่จะเริ่มจะพูดอีกครั้ง ถึงแม้จะมีคลื่นรบกวนแต่ฉันรู้ดี รู้ดีว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร และรู้ดีถึงจะได้ยินไม่ชัดแต่รับรู้ได้ถึงความโกรธาของเขาพร้อมๆกับความเคียดแค้นที่ราวกับคลื่นทะเลที่พัดโหมอย่างไม่มีท่าจะหยุด..ความแค้นที่เขามีต่อฉัน... 

หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ไปหาเขา ..ทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องเจ็บมากกว่านี้แต่หากความเป็นห่วงที่มีต่อเขามันมีมากกว่า ขาทั้งสองข้างช่างไม่ซื่อตรงต่อสมองของเขาเอาเสียเลยในเมื่อมันกลับพาเขามาหยุดอยู่ต่อหน้าผู้ที่ลั่นวาจาจะฆ่าเขา

 

ผู้ที่ทำให้ฉันต้องทุกข์ทรมานอยู่ทุกเมื่อ

 

ซึซาคุฉันเอ่ยเรียกชื่อของเขาเบาๆ ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าที่อิดโรยของเขา นัยน์ตาของเขามันช่างหม่นหมองราวกับคนที่ตายไปแล้ว.. ซึซาคุถึงฉันทนไม่ได้ ทั้งๆที่การที่นายแค้นมันมันเจ็บแล้วแต่ทว่าการได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของนายมันเจ็บยิ่งกว่า มือทั้งสองข้างของฉันโอบกอดเขาเบาๆ

 

ซึซาคุ.ซึซาคุริมฝีปากของฉันพร่ำแต่เรียกชื่อของเขา ซึซาคุได้โปรดอย่าทำหน้าแบบนี้เลย..ซึซาคุจนเสียงสุดท้ายที่เรียกเขาก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาราวกับว่าเขาไม่มีชีวิตแล้วเสียยังงั้นเหละ ฉันค่อยๆประคองใบหน้าหม่นหมองของเขาขึ้นมาก่อนที่จะประทับริมฝีปากของตนเองลงไปเบาๆ

 

           ซึซาคุ..นายจะใช้ฉันเป็นที่ระบายก็ได้นะ นายจะทำอะไรกับฉันก็ได้ซึซาคุ แต่ได้โปรดอย่าทำสีหน้าแบบนี้นะ ซึซาคุ 

นิ้วเรียวแกะเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของตัวเองออกก่อนที่มือที่เริ่มจะถอดกางเกงลงช้าๆ นัยน์ตาสีลาเวนเดอร์สั่นไหวเพียงวูบเดียวแต่ก็พลันเข้มแข็งขึ้นมา ริมฝีปากบางจรดที่เดิม แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอคนที่มีสีหน้าเซ็งโลก ฉันสอดปลายลิ้นเข้าโพรงปากอุ่นของเขาก่อนที่จะได้รับการตอบสนองด้วยความรุนแรง

 

อ๊ะฉันร้องด้วยความตกใจเมื่อโดนกระชากให้ลงไปนอนลงกับพื้นพร้อมๆกับความหนักที่โดนทับ ซึซาคุฉันพร่ำเรียกเขาพร้อมหลับตาลงรับสัมผัสอันแสนเจ็บปวด

 

            ไม่มีอะไรที่เรียกว่าความรักเจืออยู่เลยสักนิด สัมผัสที่ปรนเปรอมามีแต่ความเจ็บปวดและความรุนแรง .แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นฉันก็ได้แต่พร่ำเรียกชื่อเขา ..เพราะมันคงจะไม่มีอะไรที่จะเจ็บได้มากกว่านี้แล้วละ 

นี่ฉันคงโง่สินะที่ดันมาปลอบใจศัตรูที่จะฆ่าเขา ชี้ทางให้เขา บอกให้เขาฆ่าซีโร่มอบพลังชีวิตให้กับเขา

แต่ช่างเถอะ เพราะว่าฉันนะไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

ซึซาคุนายรู้ไหมความเคียดแค้นที่นายมีต่อฉันนั้นมันฆ่าฉันได้ทั้งเป็น

นายไม่ต้องทำอะไรเลยซึซาคุ นายไม่ต้องเหนี่ยวไกปืนเพื่อยิงฉันเสียด้วยซ้ำ

                ในที่นี้ ณ  ตอนนี้ฉันได้ตายทั้งเป็นด้วยน้ำมือนายไปเสียแล้ว 

+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+

 

ท่ามกลางโบราณสถานอันโออ่า มีร่างสองร่างที่กำลังใช้ปืนจ่อไปยังฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ

(จริงๆมันมีคาเรนอยู่ด้วยเนอะ แต่ช่างเตอะเราไม่สนซะอย่าง 555+ ก็ผู้หญิงเป็นตัวเกะกะนี่เนอะ)

 

นัยน์ตาสีลาเวนเดอร์จับจ้องไปยังมรกตที่แฝงล้นไปด้วยความเกลียดชัง รอยยิ้มเหยียดหยามผุดขึ้นบนใบหน้างาม ไม่ใช่ยิ้มให้แก่ฝ่ายตรงข้าม แต่ทว่าเขายิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับตัวเองที่โง่เง่าและน่าสมเพช

 

ความมืดกับแสงสว่างมันไม่มีที่จะมาบรรจบกันได้หรอก

น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแท้ๆ..แต่ถึงอย่างงั้นความมืดก็ยังฝืน

ฝืนทั้งๆที่รู้ว่าแสงสว่างจะไม่มีทางส่องสว่างลงมายังก้นบึ้งหุบเหวนี่อีกแล้ว

ซึซาคุ...รู้ไหมมันมืดมากเลย ทั้งมืดทั้งหนาวและดำดิ่งจนสุดจะประมาณ

สิ่งมีชีวิตภายใต้ความมืดนั้นต้องการเพียงแค่แสงแดดอ่อนๆที่จะสาดส่องลงมาเพียงนิดเดียว

นิดเดียวเท่านั้นก็พอซึซาคุ แต่ทว่าตอนนี้มันคงไม่ได้รับโอกาสนั้นอีกแล้วสินะ

  

ลูลูซ! ทำไม ทำไมต้องฆ่าเธอ อา..น้ำเสียงอันแสนจะเกรี้ยวกราดของเขาคราวนี้ฉันได้รับรู้มันตรงๆเลยสินะ ..ช่างเจ็บกว่าที่ได้ยินในโทรศัพย์เสียอีก

 

เพราะฉันจำเป็นนะสิ.....นี่ซึซาคุถ้าฉันตอบความจริงนายไปนายจะยอมเชื่อฉันไหม แต่ดูจากท่าทางของนายแล้วคงไม่มีวันสินะ

 

แก!” เขาร้องใส่ฉันแล้วยกปืนขึ้นจ่อมาที่ฉันซึ่งฉันเองก็ทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน

 

รู้ไหมซึซาคุ เมื่อความมืดต้องการแสงจากดวงตะวัน

แต่ทว่าดวงตะวันดวงนั้นกลับไม่ยอมสาดแสงลงมาเลย

คิดไหมว่าความมืดตนนั้นจะทำยังไงดีเอ่ย

คำตอบนั้นง่ายมากเลยละซึซาคุ

 

ลูลูซ!”เขาเรียกชื่อฉันแล้วลั่นกระสุนออกมามันเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันเรียกชื่อเขาและลั่นกระสุน

 

มันช่างราวกับภาพสโลโมชั่นกระสุนของเราทั้งสองตรงมาที่ตัวของเราทั้งคู่

 

ใช่แล้วละซึซาคุ หากแสงจากดวงตะวันไม่ยอมสาดส่องลงมา

เราก็จัดการสอยดวงตะวันดวงนั้นลงมาให้จมอยู่กับความมืดมิดสิ

เพียงเท่านี้ความมืดก็จะได้ตะวันอันเฉิดฉายมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีวันส่องแสงได้อีกครั้งก็ตาม

 

หากต้องเสียนายไปแล้วละก็ฉันจะเป็นคนดับลมหายใจของนายเองซึซาคุ!

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------
จบส่วนของความมืด(ลูซ)ไปแล้วนะคะต่อไปเข้าส่วนของแสงสว่าง(ซึซาคุ)บ้างแต่พิมพ์ไม่ทันเข้าค่ายแน่เลยงิ
เข้าค่ายวันที26-10 วันที่ 11 เปิดเรียน อะไรจะขนาดนั้นชีวิตฉันแถมตอนนี้ทำแผนการสอนให้แม่อยู่ด้วยกระซิกๆ
ถ้าเข้าภาคแสงเมื่อไรก็จะมาเฉลยฉาก...ที่ข้ามไปในส่วนของความมืด อิอิ >W<

 

edit @ 24 May 2008 09:18:33 by ~: [V] i O l e T- M o O [N] {จอย} :~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่จอยง่ะ ผมจะเอาฟิคที่มีน้องโล่ T[]T

#1 By Game Master Psycho on 2008-05-24 15:57