[fic code geass]ความมืดที่น่าหลงใหล
posted on 23 Jun 2008 09:48 by clover74321 in Ficบทนี้เป็นบทของซึซาคุนะคะ ถ้าจะให้ดีอ่านบทของลูลูซมาก่อนจะดีมากเลยละคะ
“นี่ซึซาคุคุงทำไมกระดาษใบนี้ถึงว่างเปล่าละจ๊ะ”น้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกับรอยยิ้มจากหญิงสาวสูงวัยถูกส่งมาให้กับผม ในตอนนั้นผมยังเด็กยู่เลย มืออันอ่อนโยนของเธอลูบผมสีน้ำตาลเข้มของผมอย่างอ่อนโยน “ครูจำได้ว่าสั่งการบ้านให้เธอวาดสิ่งที่เอคิดว่าสวยที่สุดนี่จ๊ะ แล้วทำไมถึงไม่วาดละจ๊ะ”
ผมก้มหน้าลงมองกระดาษสีขาวที่ไร้การแต่งแต้มใดๆ สีหน้าลำบากของผมมันคงจะเด่นชัดจนอาจารย์ต้องปลอบผมอีกครั้ง
“ซึซาคุคุงวาดไม่ได้หรือจ๊ะ ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวอาจารย์จะค่อยๆสอนการวาดรูปนะ” แต่เด็กน้อยกลับส่ายศีรษะอย่างแรงจนครูสาวแปลกใจ “ซึซาคุคุงวาดได้หรือจ๊ะ ถ้างั้นหรือว่าเธอคิดว่าในโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่สวยหรือจ๊ะ”ผมในตอนนั้นอยากจะอ้าปากบอกกับคุณครูเหลือเกิน ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเจอสิ่งที่สวยงามในชีวิต แต่ตอนนี้ ณ ที่นี้สิ่งที่ผมคิดว่าสวยที่สุดในชีวิตของผมมันไม่ได้อยู่ที่นี้เสียแล้ว
สิ่งนั้นไปเสียแล้วไปจากผมในที่ไกลแสนไกลด้วยสีหน้ามันเศร้าหมอง นัยน์ตาสีสวยของเขาหม่นลงเมื่อมองผมจนลับตา หยาดน้ำตาของเขาร่วงลงมาราวกับสายฝน เพียงเท่านั้นผมก็รู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆภายในอกในตอนนั้นมันทำให้ผมคิดอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้
ถ้าผมเข้มแข็งมากกว่านี้สิ่งนั้นก็คงจะอยู่กับผมใช่ไหม
ถ้าผมแข็งแรงจนชนะทุกๆคนแล้วสิ่งนั้นก็จะไม่ร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม
ถ้าผมแข็งแกร่งมากกว่านี้ผมจะได้สิ่งนั้นมาครอบครองใช่ไหม...
หลังจากวันนั้นไม่นานผมก็เข้าเป็นทหารระดับต่ำของบริทาเนีย ผมฝึกฝนทุกอย่าง ถึงแม้จะเหนื่อยยาก โดนดูถูกแค่ไหนผมก็จะทน เพื่อที่สักวันมือนี้ของผมจะได้ไขว่ขว้ากับสิ่งนั้นได้อีกคราหนึ่ง
ภารกิจที่ผมได้ทำนั้นมีแต่แย่ๆ มันเกือบทำให้ผมถอดใจว่าชั่วชีวิตผมอาจจะไม่ได้ตามที่ปรารถนา แต่อยู่มาวันหนึ่งราวกับพระเจ้าเล่นตลก ในวันนั้นวันที่ผมทำภารกิจหนึ่งที่มีแต่ความลึกลับ ผมก็ได้พบกับสิ่งที่ผมเคยตราตรึงในหัวใจ
สิ่งที่ผมเคยคิดว่ามันงดงามที่สุดบนโลกใบนี้
เพียงแค่เห็นแค่เพียงแวบเดียวผมก็จำได้ในทันทีถึงแม้ว่าเด็กตัวเล็กๆนั้นจะเติบโตจนสูงกว่าผมนิดนึงก็ตามที แต่นัยน์ตาสีลาเวนเดอร์ชวนหลงใหลคู่นั้นยังคงเดิม เขายังงดงามและดูบอบบาง...
แม้แต่ยามตื่นตระหนกสิ่งนั้นก็ยังสง่างามสมกับเป็นเจ้าชายของบริทาเนีย ผมยิ้มเล็กน้อยให้กับการพบกันครั้งใหม่ของเรา ถึงแม้ที่นั่นจะเป็นตึกร้างที่ไม่น่าพิสมัยเท่าใดนัก แต่ราวกับว่าผมได้เห็นทุ่งดอกไม้อยู่ใกล้ รอยยิ้มของเขายังทำให้ผมสดชื่นได้เสมอ
เขาจะรู้ไหมนะเพราะเห็นหน้าเขาจึงทำให้ผมยิ้มได้..บางทีผมคงเป็นผู้ชายโง่ๆที่พอมองอะไรที่สวยงามจนเคลิ้มแล้วจะเผลอยิ้มให้ ..แต่ก็นะผมก็เป็นแบบนี้เหละ
“ผมไม่มีวันยิงเพื่อนของผมได้ครับ” ผมตอบไปแบบนั้นกับหัวหน้าของผม คุณลองคิดดูสิใครจะยิงสิ่งที่ตัวเองปรารถนาจะปกป้องและครอบครองได้ละ..และผมเองก็ไม่ใช่ผู้ชายโง่ๆที่จะทำลายสิ่งนั้นด้วยมือของผมเองเสียด้วยสิ
กระสุนตรงหน้าแล่นเข้าสู่อกของผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ผมกระแทกตามแรงของกระสุนจนกระแทก วินาทีนั้นผมได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคยกรีดร้องเรียกชื่อผม.. แต่ขอโทษนะลูลูซ..ฉันง่วนเหลือเกิน
ผมตื่นขึ้นมาในความมืดสนิท ถ้าถามตรงๆผมไม่ค่อยมันเท่าไรหรอกนะผมชอบแสงสว่างของดวงตะวันมากกว่ามันทำให้ผมร่าเริงและแข็งแรงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก แต่ความมืดนั้นมันทำให้ผมแทบคลั่งแบบแปลกๆ
ผมเดินไปเรื่อยๆหวังว่าจะหลุดพ้นจากความมืดที่แสนน่ารำคาญนี่เสียที แต่แล้วผมก็ได้เสียงร้องไห้พอเงยหน้าขึ้นไปผมก็พบภาพของเขาในวัยเยาว์ที่กำลังร้องไห้ในคราที่เราจากกัน ครั้นพอก้มลงมองตนเองขาของผม มือของผม ชุดของผมเปลี่ยนไป ..ตัวของผมเปลี่ยนกลับไปในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผมเอื้อมมือขึ้นไปแต่ไม่ว่าจะเอื้อมไปเท่าไรก็ไปไม่ถึงเขาเสียที
ได้โปรดเถอะ..อย่าร้องเลยนะ..
พระเจ้าผมขอร้องละ ..ได้โปรดมอบพลังให้แก่ผมเถอะอยากจะแข็งแกร่ง..แข้งแกร่งให้มากกว่านี้
ผมอยากจะได้พลัง..พลังที่จะทำให้ความมืดมิดบนโลกใบนี้หายไป
อยากจะทำให้ทุกๆที่มีแสงตะวันสาดส่องเหมือนกับช่วงเวลาหน้าร้อนที่เราอยู่ด้วยกัน
มันช่างมีความสุขเหลือเกิน..ถ้าทุกๆที่มีแสงสว่างแบบนั้นก็คงจะดีสินะ
เพราะฉะนั้นได้โปรดพระเจ้า..ผมจะตายตอนนี้ไม่ได้..ขอพลังให้ผม
พลังที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงบริทาเนีย...
แล้วนับจากวันนั้นผมก็ได้พลังจากพระเจ้า..พลังที่เรียกว่าลานสล็อต
ผมได้พลังมาแล้วละ..ทีนี้ผมมีสิทธิแล้วใช่ไหมพระเจ้า
ผมย้ายเข้าเรียกที่นั่น ที่ที่สิ่งสวยงามของผมอยู่ ขาของเขามันไปไวเสียยิ่งกว่าความคิดเสียอีกดูเหมือนผมจะเป็นสุนัขติดตามที่ดีได้เฮะ..เมื่อนัยน์ตาของผมประสานเข้ากับอเมทิศคู่งาม
ผมกำมือเอาไว้แล้วทนกลั้นความรู้สึกภายในอกที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ไม่ได้!ผมจะทักในตอนนี้ที่นี่ไม่ได้.
เพราะผมเป็นคนญี่ปุ่นแค่ทว่าเขาคือคนของบริทาเนีย
ผมส่งสัญญาน นี่คือสิ่งที่เราชอบทำเสมอๆเมื่อโดนฝ่ายผู้ใหญ่กีดกันเราทั้งสองไม่ให้ออกไปด้วยกัน แล้วเขาก็ตามผมมา ผมยิ้มให้กับเขาอีกครั้ง แต่แล้วผมเสียทีที่ต้องเป็นคนที่ตกใจเมื่ออยู่ๆสิ่งสวยงามก็โผเข้ากอดผม ผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นกายอันหอมหวน ตัวของเขาบอบบางกว่าผมมากนัก เนื้อที่แนบชิดนั้นทำให้ผมแทบคลั่ง
ผมดันตัวของเขาออกเบาๆก่อนที่ผมจะควบคุมบางสิ่งบางอย่างภายในตัวของผมไม่ได้ ครั้นมองใบหน้าของเขาชัดๆอีกครั้งผมก็พบว่าคนที่ผมเคยคิดว่าสวยที่สุดนั้นได้งดงามเพิ่มขึ้นอีก นัยน์ตาที่เคยกลมโตน่ารักนั่นกลับเรียวลง แพขนตาหนานั่นก็งอน(?)ขึ้น โครงหน้าที่จัดว่าหวานสมัยก่อนกลับคมงดงามขึ้นมากกว่าเดิมนัก ริมฝีปากที่เคยอวบอิ่มกลับบางเฉียบน่าสัมผัส อา..เขาสวยขึ้นกว่าตอนเด็กมากนัก
“สวยขึ้นนะลูลูซ”“เจ้าบ้าใครเขาชมกันแบบแปลกๆกัน”เสียงหวานตวาดอย่างทรงอำนาจ ผมส่งยิ้มแห้งๆอย่างคาดเอาไว้แล้ว..สิ่งนี้เป็นแบบนี้เสมอทุดครั้งที่ผมชมเขา เขาจะตวาดผมกลับแบบนี้ละครับ..แต่ผมก็คิดว่าแบบนี้มันก็น่ารักไปอีกแบบ
(แต่งไปแต่งมาซึซาคุมันเริ่มจิต+ด้านยังไงไม่รู้อะ =W=)
แต่ดวงหน้างามก็ขึ้นสีระรื่อได้ไม่นานก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าแล้วยื่นมือให้กับผมจับเบาๆ “ขอต้อนรับกลับมานะซึซาคุ”
ผมอึ้งเล็กน้อยกับคำพูดนั้น ก่อนที่บางอย่างภายในจิตใจอันเศร้าหมองมาตลอดจะลิงโลก ริมฝีปากขยับยิ้มที่หาดูยากก่อนที่จะตะโกนเสียงใส “กลับมาแล้วครับ”
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
นี่คือสิ่งที่ไม่เคยคาดฝันว่าจะเห็นมาก่อน
ว่าบนโลกใบนี้จะมีแสงสว่างที่อบอุ่นได้ขนาดนี้
มันช่างสวยงาม..ถึงแม้มันจะไม่สวยงามกับสิ่งนั้นของผม
แต่ทว่ามันแฝงเร้นไปด้วยความแข็งแกร่งและอบอุ่นอันยากจะเอ่ย
เธอคนนี้ไม่ได้น่าหลงใหลเท่ากับลูลูซ แต่ทว่าอะไรบางอย่างในตัวผมทำให้ผมเอ่ยถามเธอไป“คุณคือ” ผมครางด้วยความเพ้อพบ ถามกับสิ่งนั้น ผู้หญิงที่แสนงดงามและเป็นประกายอันอบอุ่น มันช่างเจิดจ้าและน่าค้นหา
“ยูเฟเมียคะ” เสียงของเธอที่ตอบกลับมาช่างหวานและชวนเพ้อ แต่ถึงอย่างงั้นนัยน์ตาคู่งามที่มองตรงมาช่างเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งแตกต่างกับลูลูซที่น่าหลงใหลและบอบบาง
บางทีในวินาทีนั้นผมคงจะแยกออกได้เสียที
ว่าความรักกับความหลงนั้นมันช่างคล้ายกันแต่ทว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในตอนนั้นผมถึงรับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือ คนคนนั้นคนเดียวของผม
ผู้หญิงที่ผมควรรักและดูแลเธอไปตลอด
เวลาผ่านไปไม่นานผมก็รวบรวมความกล้าสารภาพกับเธอ ผมคิดว่าผมคงทำสีหน้าได้ตลกสุดๆแน่ๆเลย แต่ถึงกระนั้นเธอก็หันมาแย้มยิ้มให้กับผม ริมฝีปากบอบบางประทับลงแก้มของผมเบาๆ แล้วเธอก็กระซิบว่าเธอเองก็คิดแบบเดียวกับผม ตอนนั้นผมดีใจมาก
แต่เขาว่ากันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมันช่างแสนสั้นนัก เมื่อในเวลาที่ผมมีความสุขอย่างขีดสุดแต่ช่วงเวลาแห่งความสุขของผมมันกลับพังทลายลงด้วยน้ำมือของคนเพียงคนเดียว ....น้ำมือของผู้ชายที่คิดโค่นลมบริทาเนียด้วยวิธีการอุจอาจ ผู้ชายที่ชื่อว่า เซโร่!มือของผมเกาะกุมมือของเธอ สภาพของเธอช่างน่าอนาจเหลือจะเอ่ย ถึงจะเป็นแบบนั้นเธอก็พยายามกระเสือกกระสนใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่มีอยู่ของเธอ พูดกับผม
“ถึง..แ..ม้ว่า..ฉัน..จะ..ตา..ย..ไป..แต่...ถึ..งจะเป็นแบบนั้น.....ฉัน...ก็ห....วังให้เธอมี...ชีวิตอ....ยู่ต่อ...ไปนะซึซาคุ” เสียงครั้งสุดท้ายของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมๆกับร่างงของเธอที่ร่วงลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ตอนนี้ ณ ที่นี้เธอได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว คนที่ผมรักที่สุดไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ไม่มีอีกแล้วแสงสว่างอันแสนอบอุ่นของผม ผมไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีอะไรอีกแล้ว
แต่ถึงแบบนั้นพระเจ้าก็ยังให้ผมอยู่อีกหรือครับ
ไม่ไหวแล้วผมไม่ไหวแล้ว ..ในตอนนั้นผมสับสนไปหมด ทั้งเหนื่อยล้า และสิ้นหวัง แต่ไม่รู้ทำไมในเวลานั้นมือของผมถึงกดเบอร์ของสิ่งสวยงามนั่นนะ
“ลูลูซ”น้ำเสียงของผมที่กรอกลงไปมันสั่นสะท้านและเหนื่อยอ่อนเหลือเกิน ..ไม่รู้ทำไมแต่เขาเป็นเพียงคนเพียงคนเดียวที่ผมจะเล่าทุกๆเรื่องให้เขาฟังได้ ...แม้แต่เรื่องที่ผมไม่เคยพูดกับเธอคนนั้น แต่สำหรับเราไม่มีความลับต่อกัน ผมระบายทุกๆอย่างให้เขาฟัง
สิ่งนั้นเพียงแต่ฟังอย่างราบเรียบและก็ปลอบใจผม ...แต่ผมเหมือนจะไม่ไหวเอาดื้อๆ เสียงเรียกของเขายังเด่นชัดขณะที่มือของผมค่อยๆวางหูโทรศัพย์ลง
ไม่รู้ว่าผมนั่งอยู่ข้างโทรศัพท์มานานเท่าไรแล้วแต่อยู่ๆผมก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นผมจึงเงยหน้าขึ้นมา แล้วผมก็พบสิ่งที่ผมคิดว่ามันสวยงามที่สุดบนโลกนี้ นัยน์ตาสีม่วงคู่งามมองมาที่ผมด้วยความเป็นห่วง หากเป็นในยามปกติผมคงจะหัวเราะไปแล้วเมื่อเห็นคิ้วเรียวสวยนั่นขมวดเป็นปมมากกว่าทุกวัน แต่ตอนนี้ราวกับพลังชีวิตของผมถูกสูบออกไปผมไม่มีแรงทำอะไรทั้งนั้น
“ซึซาคุ” น้ำเสียงหวานเอ่ยเบาๆ แล้วร่างบอบบางก็เคลื่อนเข้ามากอดตัวผมเอาไว้มันช่างอบอุ่นเหลือเกินผมหลับตารับสัมผัสจากเขา แล้วก็ได้ยินเสียงเขาพร่ำเรียกชื่อผมอยู่ตลอดเวลา“ซึซาคุ” เขาเรียกผมอีกครั้ง ริมฝีปากอ่อนนุ่มของเขาประทับเข้ากับปากของผม มันช่างอบอุ่นและเร่าร้อน “ซึซาคุ..นายจะใช้ฉันเป็นที่ระบายก็ได้นะ” น้ำเสียงที่เขาร้องออกมาช่างแสนเศร้า นิ้วเรียวสวยของลูลูซค่อยๆแกะกระดุมของเสื้อเชิ๊ตลง ผมแอบนัยน์ตาของเขาสั่นระริกราวกับกลัวก่อนที่เขาจะข่มใจถอดกางเกงเผยให้เห็นขาเรียวสวย เขาก้มลงมาอยู่ในระดับของผมแล้วริ่มสอดลิ้นอุ่นเข้ามาในโพรงปากของผม มันเริ่มทำให้ผมรู้สึกดี
ในนาทีนั้นผมขยับยิ้มไม่รู้ว่าผมยิ้มด้วยสีหน้าแบบไหน แต่ในที่สุดผมก็เริ่มยอมรับในความเป็นจริง จริงๆผมรู้อยู่ก่อนแล้วก่อนที่จะโทรศัพย์ไป รู้มาตลอดว่าใครคือซีโร่..ผมรู้มาตลอดว่าใครฆ่ายูเฟเมีย ..
คุณลองคิดดูสิครับสำหรับคนคนหนึ่งที่ผมสนใจเขามากมายเพียงใด แล้วอยู่ๆก็มีคนอีกคนหนึ่งโผล่มาด้วยท่าทางและลักษณะคล้ายกับเขา พร้อมด้วยลางสังหรณ์ของผมที่กรีดร้องขึ้นภายในใจ
แต่ทว่ามีบางอย่างในจิตใจของผมมันกรีดร้องตอบโต้เอาไว้ ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่นอน ผมก็ยังอยากที่จะโง่ต่อไปเรื่อยๆ
ผมเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะกระชากข้อมือบอบบางนั่นลงมาแล้วโยนอัญมณีเลอค่าลงกับพื้นกระเบื้องอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ลำตัวแกร่งของผมจะถลาลงไปทาบทับ
ฟันของผมขบกัดบนผิวขาวใสอย่างไม่ออมแรง ร่างบอบบางกระตุกเล็กน้อยก่อนที่ดวงหน้าสวยจะทำหน้าราวกับจะกลั้นอะไรบางอย่าง มือของผมเริ่มลูบไล้ แล้วไปหยุดที่จุดรวมอารมณ์ของอีกฝ่ายก่อนที่จะบีบเค้นมันอย่างแรง
ผมเงยหน้าขึ้นจากการขบกัดยอดหัวนมสีชมพูอ่อนเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องเบาๆของเขา มันหลุดมาครั้งหนึ่งก่อนที่มือเรียวจะถูกยกขึ้นมาปิดปากของตนเองเสียสนิท นัยน์ตาสีมรกตของผมหรี่ลงราวกับมีอะไรในตัวของผมที่เริ่มโหมกระหน่ำ ผมอยากจะได้ยินถึงเสียงร้องของเขาให้มากกว่านี้
มือของเขาแยกขาเพรียวที่สั่นออกจากกัน ผมรับรู้ได้ถึงแรงกระตุกบนใบหน้า มันช่างสวยงามกว่าที่จิตนาการเอาไว้เสียอีก บางครั้งผมก็เคยฝันถึงร่างกายอันสวยงามนี้เหมือนกันนะ แต่พอมาสัมผัสด้วยมือตัวเองจริงๆแล้ว มันสุดยอดกว่าที่คาดเอาไว้มาก
แต่ทว่าผมไม่เคยคิดหรอกนะว่า ด้วยมือนี้ของผมจะทำให้อัญมณีนี้แตกสลายเป็นผุยผง
“ซึ..ซา..คุ” ลูลูซเรียกชื่อของผมด้วยความยากลำบากเมื่อจุดอ่อนไหวของเขาถูกผมบีบเค้นอย่างหนัก มันทำให้เขาอึดอัดมาก ผมรู้ แต่ที่เขากลัวนะคือสิ่งที่ผมจะทำต่างหากละ เขามองหน้าของผมด้วยนัยน์ตาสีวาเลนเดอร์ที่รื้อไปด้วยน้ำตานิด ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวไปด้วยความหวาดกลัว แต่ถึงกระนั้นเขาก็หลับตาลงแล้วกัดฟัน ราวกับจะยอมเสียทุกอย่างให้แก่ผม
ผมยิ้ม ใช่ผมยิ้มด้วยสีหน้าที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ..ผมคิดมาโดยตลอดว่าถึงจะโดนคนอื่นว่า ดีจนซื่อบื้อ สักเท่าไรผมก็จะชอบใจกับมัน เพราะผมอยากจะเป็นคนดี
แต่อยู่ๆมันก็เหมือนมีอะไรพังทลายลงในตัวผม ไม่! ผมไม่ต้องการที่จะเป็นคนดีอีกแล้ว ผมรูดซิบกางเกงออกเผยให้เห็นถึงความตื่นตัวที่กำลังแล่นพล่านของผมก่อนที่จะยัดเยียดมันให้กับร่างบอบบางทีเดียวจนมิด
“อ๊าก! ไม่! ไม่เอานะ“ลูลูซกรีดร้องสุดเสียง มือบอบบางของเขาพยายามดันผมออก นัยน์ตาสีม่วงเข้มเบิกกว้างทั้งๆที่รื้อไปด้วยน้ำตา ช่องทางของเขาที่มิเคยมีผู้ใดพิชิตมาก่อนมันทั้งคับและแน่นเสียจนผมเริ่มอึดอัด แต่พอเริ่มขยับได้ไม่เท่าไรมันก็เริ่มคล่องตัวขึ้นมาเพราะเลือดที่หลั่งออกมาจากช่องทางช่างกลายเป็นสารหล่อลื่นได้อย่างดี”ได้..โปร..ด ซึ.ซาคุ”ผมขยับอย่างไม่สนใจเสียงกรีดร้องที่ราวกับจะแตกสลายของเขา แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อโดนเล็บจากมือที่ดันสะเปะสะปะของเขาเข้า ผมหยุดการกระทำก่อนที่จะฝ่ามือตบหน้าของเขาไปทีหนึ่ง ..ได้ผลเขาหยุดการกระทำทันที ผมจึงไม่รอช้าที่จะใช้เข็มขัดมัดมือของเขาเอาไว้แล้วรวบมันลง
ชั่วเวลานั้นผมได้เห็นสีหน้าที่ราวกับว่าโลกของเขาทั้งใบมันได้แตกสลายไปเสียแล้ว ลูลูซที่ผมรู้จักถึงแม้จะสูญสิ้นมารดาและทุกข์ใจเรื่องน้องสาว แต่ผมยังไม่เคยเห็นเขาทำสีหน้าสิ้นหวังเช่นนี้มาก่อน นัยน์ตาคู่งามนั้นหม่นหมองคละเศร้าเหลือจะเอ่ย ผมจึงรับก้มหน้าลง ..เพราะเพียงแค่สีหน้าแบบนั้นของเขาผมก็เกิดความรู้สึกเสียใจขึ้นมา แต่ตัวผมในตอนนี้ไม่สามารถที่จะห้ามอารมณ์ของตนเองได้อีกต่อไป
ผมโถมแรงทั้งตัวลงไปที่เขา การเคลื่อนไหวของผมมันทำให้ร่างที่อยู่ข้าใต้เคลื่อนไปด้วย เขากรีดร้องทั้งน้ำตา ทำไมกันนะทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมอยากจะได้ยินเสียงกรีดร้องของเขาอยู่แท้ๆ แต่ในยามนี้ผมไม่อยากได้ยินมันอีกต่อไปแล้ว ...ผมยกสะโพกของเขาขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ตัวตนของผมแทรกช่องทางฉีกขาดที่เปรอะไปด้วยเลือดเข้าไปได้มากกว่านี้
“อา” ผมคราวออกมาในตอนที่กระแทกไปเป้นครั้งสุดท้าย ผมก้มลงมองอีกฝ่าย ..ลูลูซหลับไปแล้ว หลับไปทั้งน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้านวล ขาสีงาช้างของเขาแปดเปื้อนไปด้วยสีแดงฉานจากช่องทางที่ฉีกขาด ข้อมือทั้งสองข้างเป็นรอยเข็มขัดจนห้อเลือด ผิวกายที่เคยขาวผ่องของเขาบัดนี้กลับกลายเป็นรอยจ้ำสีเลือดที่ผมทำเอาไว้ทั่วร่าง
ผมเหลือบมองร่างบอบบางที่ผมเคยใฝ่ฝันมาตลอด มือของผมกำลังจะเอื้อมไปหาเขาแต่ก็หยุดชะงัด
เขาคือซีโร่นะซึซาคุ..เขาคือคนที่ฆ่ายูเฟเมีย
ไม่! .. ไม่มีอะไรมายืนยันสักหน่อยว่าเขาคือซีโร่
แต่ทันใดนั้นจู่ๆสมองของผมก็นึกย้อนไปถึงวันนั้น ..วันที่เราต้องแยกจากกัน
“ฉันจะโค่นล้มบริทาเนีย”
ไม่! มันต้องไม่ใช่เขา ไม่ใช่เขา ! เขาต้องไม่ทำแบบนี้
เขาต้องไม่ใช่ซีโร่สิ
เขาต้องไม่ทำให้คนอื่นต้องตายมากมายเพียงเพื่อความปรารถนาของเขา
เขาต้องไม่ใช่คนที่ฆ่ายูเฟเมีย
และแล้วขาของผมก็วิ่งออกไป.. ผมจะไม่มาเจอหน้าเขาอีกจนกว่าความรู้สึกของผมมันจะกระจ่างกว่านี้..
แล้วฉันจะกลับมานะ..หากในตอนนั้นผมรู้อนาคตผมคงไม่ภาวนาให้เราเจอกันอีกครั้งหนึ่ง
ผมเหนื่อยเหลือเกินแต่ถึงกระนั้นผมก็ยังคงจะวิ่งต่อไป
แม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนผมก็ยังดิ้นรนต่อไป
ถึงแม้จะไม่มีใครเข้าใจผมเลยก็ตามที
ทำไมนะหรอครับ..เพราะผมรักโลกใบนี้นะสิ+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
ท่ามกลางโบราณสถานอันโออ่า มีร่างสองร่างที่กำลังใช้ปืนจ่อไปยังฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ
ผมยิงเข้าที่กลางหน้าผากของซีโร่อย่างแม่นยำ หน้ากากสีดำสนิทที่ปิดกั้นเรามาตลอดได้ร่วงลงช้าๆ
นัยน์ตาของผมเบิกกว้างก่อนที่จะหรี่ลงราวกับคาดเอาไว้อยู่แล้ว ตลอดระยะเวลานั้นผมได้หลอกตัวเองมาตลอด แต่ทว่าพอมาพบเข้ากับความจริงอันโหดร้ายผมก็ได้แต่กัดฟันทนรับกับมัน ไม่สิยังไงเสียนี่มันก็เป็นสิ่งที่รับได้ยากยิ่ง “ลูลูซ! ทำไม ทำไมต้องฆ่าเธอ”ผมร้องถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่แทบจะคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ สิ่งที่ผมรักและไว้ใจเสมอมาได้ฆ่าคนที่ผมรัก แบบนี้มันเจ็บยิ่งกว่าเธอถูกผู้ชายที่ไหนไม่รู้ฆ่าเสียอีก “เพราะฉันจำเป็นนะสิ”เขาตอบกลับมาเรียบๆโดยไม่รู้สึกสะทบสะท้าน..ทำไม! ทั้งๆที่เขาฆ่ายูเฟเมียไปแล้วแต่เขายังทำท่าราวกับไม่เสียใจในความตายของเธออีกรึ“แก!” ผมร้องแล้วยกปืนขึ้นจ่อลูลูซซึ่งเขาเองก็ทำเช่นเดียวกัน
“ซึซาคุ”เขาร้องเรียกชื่อของผมแล้วลั่นไก เป็นจังหวะเดียวกันที่ผมร้องเรียกชื่อของเขาแล้วลั่นไกออกไป
ถ้าผมเข้มแข็งมากกว่านี้สิ่งนั้นก็คงจะอยู่กับผมใช่ไหม
ถ้าผมแข็งแรงจนชนะทุกๆคนแล้วสิ่งนั้นก็จะไม่ร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม
ถ้าผมแข็งแกร่งมากกว่านี้ผมจะได้สิ่งนั้นมาครอบครองใช่ไหม...
ผมเคยคิดแบบนั้นอยู่เสมอๆ แต่ทว่าในยามนี้ผมกลับต้องเป็นคนทำลายสิ่งที่ผมอยากจะปกป้องด้วยมือของผมเองมันช่างราวกับภาพสโลโมชั่นกระสุนของเราทั้งสองตรงมาที่ตัวของเราทั้งคู่
ลูลูซ ..นายรู้ไหมนายมันช่างน่าหลงใหล และลี้ลับเฉกเช่นเดียวกับสีดำยามรัตติกาลที่ขับให้จันทราโดดเด่น แต่ทว่าสิ่งที่งดงามจริงๆของท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นหาใช่จันทราที่โดดเด่นไม่ กลับเป็นเพียงความมืดที่สงบนิ่งและน่าหลงใหลหากเผลอไปจ้องมันเข้า
ความมืดมิดที่ล่อหลอกให้แสงสว่างที่แรงกล้าเช่นตะวันคล้อยตามมันได้
ความน่าหลงใหลที่พัธนาการดวงตะวันให้ถูกบดบังในยามราตรี
ก่อนที่จะโผล่พ้นขึ้นขอบฟ้ายามที่รัตติกาลอันงดงามได้จากไป
ความมืดมิดที่ทำให้ผมต้องหลงใหลได้เพ้อไปกับมัน
ผมอยากจะได้ ..ผมอยากที่จะครอบครองมัน...
แต่ทว่ามันไม่เคยได้เป็นจริงเอาเสียเลย
ถ้าหากไม่ได้แล้ว..มันก็ไม่มีค่าอะไรต้องปกป้องอีกแล้ว ..ถ้าหากนี่ไม่ใช่ของผมแล้วละก็ ..ถ้าหากจะมีคนอื่นได้ครอบครองสิ่งนี้ไปนอกจากผมแล้วละก็
ผมก็จะขอทำให้มันเป็นของผมชั่วนิจนิรันดร์
ลูลูซ ..หากนายไม่เป็นของฉันแล้วละก็..ฉันก็จะฆ่านายด้วยมือนี้เองสรุป! มันโรคจิตทั้งคู่สิเนี่ย
สำหรับคนอ่านที่คิดว่านังลู่น่าสงสารอย่าคิดเช่นนั้นคะ นังลู่มันเลว(ถึงเลวเราก็ร๊ากกก) เพราะลู่ถึงปากจะบอกว่าเพื่อน้องสาวเพื่อสุ แต่เอาจริงๆนิดๆมันก็ทำเพราะตัวมันเองด้วย แล้วก็ถึงจะเพื่อความถูกต้องแต่การก่อการร้ายไม่ใช่สิ่งสมควร แต่ก็สงสารในแง่ของลู่เหมือนกัน ถ้าหากไม่มีนังซีทรู ลู่ก็ไม่เป็นเช่นนี้ ก็ยังอาจเป็นคนดี้ดีอยู่ ดังเช่นไลท์เก็บเดธโน้ตนั่นแล เพราะโดยพื้นฐานแล้วลูลูซเป็นคนดี ดังจะเห็นได้ในตอนที่ลู่เสียความทรงจำในภาค 2 ตาแบ๋วน่ารักเชียว ถ้าหากแม่ของลู่ไม่ถูกคนฆ่าแล้วน้องสาวไม่เป็นเช่นนี้ ลู่เองก็ยังจะเป็นคนดี้ดีต่อไป
แต่ทว่าสุเองก็เลวพอกัน (เรื่องนี้นายเอกโฉดพระเอกชั่ว) เพราะสุนั้นมีความคิดตื้นเกินไป ขอถามหน่อยเหอะถ้าไม่มีซีโร่แกจะไต่เต้ามาจนถึงระดับนี้ไหม ต่อให้เป็นทหารบริทาเนีย 100 ปี ก็ไม่มีใครฟังแกหรอก แล้วตอนที่ยูเหเมียตายนี่แค้นมากเลยอะ แค้นจนลืมเสียทุกอย่าง ..แต่ก็เข้าใจสุอย่าง เพราะคนที่รักที่ไว้ใจฆ่าหญิงที่ตัวเองรัก ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตามที เคยแอบใจอ่อนคิดว่าสุดีแต่พอเห็นภาค 2 บอกได้เต็มปากคะ
นายเอกโฉดพระเอกชั่วจริงๆ ชั่วพอๆกันเลยนะแก คนเรานั้นไม่ได้เลวตั้งแต่เกิด แต่มันถูกหล่อหลอมจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างจนเปลี่ยนไปเป็นสีดำมากขึ้น แล้วในตัวคนนั้นก็ไม่มีคนที่เลวไปเสียหมด แล้วก็ไม่มีคนที่ดีไปเสียหมดดังจะเห็นได้ว่าถึงนังลู่จะโฉดชั่ว แต่มันก็รักน้อง รักสุ รักแม่ หรือจะเป็นอย่างสุ ที่เป็นคนดี้ดีจนซื่อบื้อ แต่เอาที่สุดแล้วก็เลวได้เหมือนกัน
ให้แทนแล้วกัน เขียนได้อารมย์ดีมากเลยนะ(อารมย์อะไรฟะ ตงิดๆใจอยู่)
#1 By เจ้าสาวของเฟย์ (124.121.65.182) on 2008-06-23 12:57