[fic reborn]ท้องฟ้าสีคราม(ฮิบาริXดีโน่ )ตอนจบ
posted on 02 Sep 2008 19:37 by clover74321 in Fic(ใช้เลือดเป็นสารหล่อลื่นก็ดูเหมาะกับคนอย่างฮิบาริเหมือนกันนะนี่—อยู่กับเลือด)
“อะ อ๊า”เสียงครางอันแสนน่าอายที่ลอดออกมาจากริมฝีปากดังขึ้นเรื่อยๆเมื่ออารมณ์ของตนเองประทุขึ้นทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง ความเจ็บปวดเมื่อกี้เริ่มหายไปแล้วเหลือไปเพียงแต่ความเสียวซ่านอันสุดแสนจะบรรยาย นิ้วเรียวทั้งสองข้างขยุ้มแผ่นหลังของร่างเล็กเพื่อผ่อนปรนอารมณ์ของตนเอง ทั้งๆที่ไม่เคยคาดคิดว่าตัวเองจะทำเรื่องน่าอายแบบนี้ได้แต่เมื่อฮิบาริกระแทกขึ้นมากลับกลายเป็นตนเองที่ขยับสะโพกรับอย่างกระหายในรสสัมผัสนั้น
“อะอา.ระแรงอีกสิ”ริมฝีปากบางเอ่ยก่อนที่จะถูกนิ้วเรียวของฮิบาริจิ้มที่ปากตนเอง มือเล็กดึงร่างคนตัวโตให้แนบชิดกับอกของตนก่อนที่กระซิบข้างหูเรียว
“เรียกชื่อของฉันสิ..ดีโน่” นัยน์ตาสีทองหันมองมองใบหน้าที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์อัศดงสีส้มอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ครั้งแรก..นี่เป็นครั้งแรก
ครั้งแรกที่เคียวยะเรียกชื่อของเรา!
บ้าจังเลยนะ..ทำไมต้องดีใจขนาดนี้ด้วยละ
เคียวยะแค่เรียกชื่อของเราเอง...แต่เขาก็คิดได้ไม่นานเมื่ออีกฝ่ายเริ่มรุกเร้าขึ้นหนักขึ้นตามคำขอ ฮิบาริเพิ่มจังหวะการขยับให้มากขึ้น เขารับรู้ได้ถึงลมหายใจพร้อมกับกลิ่นกายอันเย้ายวนจากบุคคลผู้ซบไหล่เขาอยู่ ริมฝีปากเม้มลงเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าอารมณ์ของตัวเองก็เริ่มจะไปถึงจุดแล้วเหมือนกัน มือเล็กที่ทำหน้าที่เกาะกุมแก่นกายของชายหนุ่มวัย(ไกลวัยรุ่น)ก็เพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้น
“อ๊า! เคียวยะ ..เคียวยะ” ร่างสูงพร่ำชื่อของอีกฝ่ายขึ้นก่อนที่ตัวเองจะไป มือบางจิกเข้าที่แผ่นหลังจนขึ้นข้อขาว ก่อนที่ฮิบาริจะกระแทกลงมาเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับหยาดแห่งกามรมณ์ของทั้งคู่จะไหลออกมาแทบจะพร้อมกัน
“ไหวไหมดีโน่” น้ำเสียงที่ยากนักที่บุคคลจะเอื้อนเอ่ยให้ใครได้ยิน ถามคนที่คอพับคออ่อนอยู่บนตักตนเองเบาๆ มือเล็กพยุงร่างสูงกว่าออกมาแล้วโยนเสื้อนอกของตนเองรองพื้นก่อนที่จะวางเรือนร่างที่ไร้แรงของอาจารย์ตนเองลงอย่างเบามือ นิ้วเรียวเกะเพียงนิดเดียวแส้หนังสีดำสนิทที่มัดข้อมือขาวจนเป็นรอยจ้ำแดงก็หลุดออก ฮิบาริจุมพิตเข้าที่รอยแผลบนข้อมือบางแล้วเลียเลือดอันหอมหวานกินราวกับค้างคาวก็มิปาน
เด็กหนุ่มเลียข้อแขนห้อแขนแล้วลากขึ้นมาจนถึงลำคอขาวผ่องแล้วกัดจนเป็นจ้ำแดงเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนที่จะไปหยุดที่ริมฝีปากอวบอิ่มแล้วแลกเปลี่ยนลิ้นอุ่นกันอย่างเร่าร้อน มือข้างที่ว่างของชายหนุ่มโอบรอบคอของลูกศิษย์ตัวเองอย่างเผลอไผล ก่อนที่เมฆาสีดำจะละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดายเมื่อเห็นท่าทีที่เริ่มจะอึดอัดของดวงอาทิตย์คนละผืนฟ้า
“รู้ไหมดีโน่นายทายเกือบถูกนะแต่ผิดไปนิด”ระเบียบการผู้แสนโหดที่ในยามนี่ถ้าหากคนอื่นมาเห็นต้องร้องว่าโลกถล่มแน่เอ่ยทำลายความเงียบ นัยน์ตาคมหันมามองเรือนร่างที่ดูจะเล็กกว่าตอนมองตอนแรกเมื่อยามที่ไร้เสื้อผ้าอันหลวมที่เจ้าตัวชอบใส่
“หืมส์ “น้ำเสียงที่ติดงัวเงียเล็กน้อยของเจ้าของนัยน์ตาสีทอง ก่อนที่ลิ้นชมพูอ่อนจะตอบสนองกับนิ้วเรียวของก้อนเมฆที่ยื่นมาให้เขาโลมเลียอย่างกระหาย
“เมฆาอยากได้ดวงอาทิตย์ก็จริง แต่ทว่ามันเป็นคนละผืนฟ้ากัน”น้ำเสียงที่แลดูจะเศร้าลงเล็กน้อยยามที่เอ่ย นิ้วเรียวที่ถูกเลียเปียกชื้นเลียอยู่ที่สอดเข้าโพรงปากเล็กก่อนที่จะทาบตัวลงทับร่างสูงบนพื้น
ผิดไหมนะที่ถึงแม้จะยืนอยู่คนละผืนนภาเดียวกัน แต่กลับอยากจะครอบครอง
ทั้งที่เมฆาผู้นี้อยู่กับนภาสีส้มแท้ๆแต่กลับอยากจะเอื้อมมือไขว่ขว้าดวงอาทิตย์สีทองของอีกผืนฟ้าหนึ่ง
จะผิดไหมนะ ถ้าอยากจะข้ามเส้นขีดท้องฟ้าไป
แล้วจะผิดไหมนะที่เมฆก้อนนี้อยากจะลอยอยู่ข้างๆอาทิตย์ของผืนฟ้าอื่น
(เฮ้ยย ทำไมแต่งไปแต่งมาฮิบาริอ่อนโยนแบบนี้อะ มันไม่ใช่ฮิบาริแล้วว โอ้วมายก็อตฉันทำอะไรลงไป)
“เคียวยะ?”เสียงเรียกก่อนเด็กหนุ่มให้มองลงไปยังดวงอาทิตย์ที่เขาอยากได้ ดีโน่แย้มยิ้มแล้วจูบเข้าที่หน้าผากชื้นเหงื่อของเมฆสีดำ “เป็นอะไรไป ไอ้เด็กอวดดีฮิบาริ เคียวยะไปไหมหมดฮึ “
“ดีโน่”ฮิบาริเอ่นเรียกเบาๆแต่คนถูกเรียกกลับประคองใบหน้าของเขาให้หันมองนัยน์ตาสีทองอันแสนจะมั่นใจในตัวเอง
“นายเป็นประเภทคิดอะไรก็ทำไม่ใช่รึ ไม่งั้นคงไม่อัดอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรมแบบนี้หรอก แล้วไอ้ความมั่นใจซะเหลือเกินของนายมันหายไปไหนหมดละ “
เด็กหนุ่มยิ้มอย่างหายากให้กับอาจารย์ของตนก่อที่โน้มตัวลงไปจูบพวงแก้มเนียลอย่างรักใคร”นั่นสินะ” ก่อนที่มือเล็กจะแหวกขาเรียวทั้งสองข้างก่อน
“เฮ้ย! เคียวยะพะ..”เสียงที่กำลังจะห้ามถูกกลบด้วยเสียงครางของเขาเองแทบจะทันทีเมื่อริมฝีปากบางที่เคยเรียกชื่อของเขาครอบครองแก่นกายที่เริ่มชูชันด้วยแรงกระตุ้น ลิ้นอุ่นโลมเลียสิ่งนั้นราวกับอมยิ้มที่แสนหวานก่อนที่ทั้งดูดและดุนอย่างเมามันส์ มือเรียวขยุ้มไรผมสีเดียวกับผืนฟ้าในยามนี้เพิ่อระบายความเสียวซ่าน ก่อนที่ร่างสูงจะกระตุกแล้วปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่น ฮิบาริรีบเลียมันราวกับน้ำหวาน นิ้วเล็กๆปาดใบหน้าคมคายที่เปรอะไปด้วยคราบกามรมณ์แล้วเลียมันราวกับขนม ทำเอาร่างที่อยู่ข้าใต้หน้าขึ้นสีระรื่นอย่างห้ามไม่อยู่
นัยน์ตาสีนิลทอประกายเจ้าเล่ห์แล้วกระตุกยิ้มก่อนที่จะสอดแทรกบางสิ่งบางอย่างผ่านช่องทางรักที่ถูกเปิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี่ (จริงๆคือมันยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ) ฮิบาริปิดปากที่ประท้วงนั่นเสียแล้วเอื้อมมือไปคว้าแขนยาวนั่นให้มาคล้องรอบคอของตน
“นายเสนอเองนี่ดีโน่ “แล้วร่างเล็กก็ขยับกายเพื่อให้ของของตนได้เข้าไปในช่องทางอันสุกสมนั้นได้มากขึ้น หากแต่ครานี้มันช่างแตกต่างกับในยามแรกยิ่งนัก ในเมื่อต่างฝ่ายต่างผ่อนปรนการรุกรากจึงเป็นไปได้โดยง่าย ในที่สุดฮิบาริน้อยก็เข้าสู่เรือนร่างของดวงอาทิตย์ได้สำเร็จ
มือเรียวลูบไล้แผ่นหลังที่ปรกชื้นด้วยเหงื่อจากการทำกิจกรรม ริมฝีปากเอิบอิ่มพร่ำเรียกชื่อของลูกศิษย์ตนก่อนที่นัยน์ตาสีทองจะหลับพริ้มปล่อยให้ขนตายาวงอนแต่งแต้มบนดวงหน้าที่แดงฉาน ฮิบาริเอื้อมมือไปถอดเสื้อกล้ามสีส้มซึ่งเป็นปราการชิ้นสุดท้ายออก หมายจะยลกับความงดงามตามธรรมชาติของดวงอาทิตย์ดวงนี้ให้เต็มตา
(แต่งไปนั่งฟังเพลงเซ็กซี่ๆ เซ็กซี่ เซ็กซี่ไป –แต่ไอ้เพลงนี้มันเหมาะกับฮิบาริมากกว่านะนี่ มองมุมไหนดีโน่ก็ไม่เห็นจะเซ็กซี่เลยย)
นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงมองรอยสักสีนิลที่ตัดกับสีผิวขาวผ่องอย่างโดดเด่น แล้วเอื้อมมือลงไปลูบไล้มันราวกับหลงใหล ริมฝีปากบางก็พรมสัญลักษณ์แสดงความเป็นเจ้าของไว้ทั่งเรือนร่างเอิบอิ่ม ราวกับจะหวง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนิ้วสีขาวนวลเอื้อมมาจิ้มหน้าผากกว้างของตน
“อา เคียวยะเร็วๆสิ” เมฆาสีนิลยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะขยับตามคำสั่งซึ่งหาได้ยากมากที่คนเช่นเขาจะทำอะไรตามคำสั่งของคนอื่น(จริงๆคือมันไม่เคยเลยตะหากเล่า) ความคับแคบของช่องทางที่แม้จะเคยถูกบุกรุกไปสองหนแล้วแต่ก็ยังคงสภาพเอาไว้ได้ดีกำลังบีบรัดกับตัวตนของเขาให้บ้าคลั่ง มันช่างให้ความรู้สึกดีคละอบอุ่น
“ซิ้ด ดีโน่”ราวกับทานทนไม่ไหวเมฆสีนิลจึงเพิ่มจังหวะการขยับกายของตนให้มากขึ้น มือทั้งสองของทั้งคู่ต่างไขว่ขว้าหากันอย่างแน่นหนา ในช่วงเวลานี้ที่มีกันเพียงแค่สองคน ก่อนที่จะปลดปล่อยหยาดน้ำออกมาพร้อมกัน ร่างทั้งสองตระกองกอดกันอย่างแน่นหนาก่อนที่ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าจะเป็นฝ่ายถอนตัวออกไปแล้วลุกขึ้นนั่งประคองอีกร่างให้นอนหนุนตักของเขา
(นอนหนุนตักฮิบาริ โอ้ววว อยากนอนมั่งอะ –แต่จะตายก่อนไหมอะ)
“นอนไปซะ”คำสั่งเรียบๆที่ดูดุดันแต่หากฟังดีๆจะพบเศษเสี้ยวของความหวงใยจากก้อนเมฆสีดำ นัยน์ตาสีทองที่ปรือราวกับจะหลับในยามแรกตั้งท่าจะนอนก็จริงๆแต่พอได้ยินแบบนั้นอารมณ์ความเป็นเด็กดื้อเลยเดือดพล่าน ดีโน่พยายามประคองตัวลุกขึ้นแต่กลับโดนอีกฝ่ายจับกดลงไปอีกครา
“แบร่เรื่องอะไรจะนอน ฉันไม่ใช่พวกเคะที่หมดแรงพอเสร็จกิจซะหน่อย” แต่ฉันเป็นเมะเฟ่ย! ..ฮือๆเป็นเมะที่น่าสงสารที่สุดในโลกด้วย ..โดนคนที่เคะกว่ากดได้ T0T
มือเล็กกดศีรษะสีทองลงจนแทบแบนฉับพลัน รอยยิ้มที่ดูโหดปรากฏสู่สายตาสีทองในทันใด “แกจะนอนลงไปดีๆหรืออยากจะต่อละหืม”
ไม่ต้องรอคำตอบดีโน่รีบหลับตาปี๋ด้วยความกลัวสุดชีวิตก่อนที่จะโดนพรากเอาสติไปอย่างง่ายดายเพราะตัวเองก็ง่วงอยู่ก่อนแล้ว (ผมยังไม่อยากตายครับ..)
ฮิบาริจ้อมองร่างสูงชั่วหนึ่งก่อนที่จะหยิบเสื้อนอกของตนเองมาคลุมทับให้ แล้วอุ้มอีกฝ่ายตัวลอยจนแทบไม่น่าเชื่อนี่คือแรงของร่างเล็กๆนี้
“งืม “เสียงครางหวานดังลอดมาจากบุคคลผู้นอนอยู่บนโซฟาสีดำสนิท ก่อนที่ร่างสูงจะเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ยื่นมือขึ้นมาบดบังแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างผืนน้อย นัยน์ตาสีเฉกเช่นเดียวกับแสงในตอนนี้ปรือขึ้นเล็กน้อยอย่างงัวเงีย “หิวจางเลยย โรมาริโอ้เช้านี้ขอซุปเต้าเจี้ยวกับไข่ม้วนนะงืม”
ผ่านไปสักพักเสียงที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงันต่างจากทุกๆวันทำเอาร่างที่นอนอยู่แปลกใจก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นจนทำให้เสื้อคลุมนักเรียนโรงเรียนมินามิสีดำสนิทตกลงไปอยู่ที่พื้น เผยให้เห็นเรือนร่างเปล่าเปลือยของตนเองที่ไม่มีอะไรติดตัวอยู่แม้แต่ชิ้นเดียว!
“อะเอ๋ทะทำไม”ดีโน่งุงงอยู่สักพัก ตัวเขาเองก็ไม่ใช่พวกชอบนอนโป้สักหน่อยแล้วทำไม“ก็ยังหน้าตาโง่เหมือนเดิม”เสียงเย็นทักในยามเช้าก่อนที่ร่างคมคายของกรรมการระเบียบการจะเดินเข้ามาในห้อง มือเล็กโยนขนมปังยากิโซบะใส่หน้าเซ่อๆของหนุ่มผมทองแสกกลางหน้าผาก
ริมฝีปากบางอ้าปากค้างเล็กน้อยก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบขนมปัง นัยน์ตาเหยี่ยวสีนิลจ้องมองร่างบางก่อนที่จะยื่นเสื้อผ้าของอีกฝ่ายให้
ตามปกติแล้วหากเป็นเคะทั่วไปตื่นขึ้นมาเจอกับอีกฝ่ายเช่นนี้ความทรงจำเมื่อคืนจะค่อยๆผุดขึ้นมาทำให้หน้าแดงระรื่นและเขิลอาย..แต่ดูเหมือนว่าสามัญสำนึกของเคะทั่วไปมันใช้กับดีโน่คนนี้ไม่ได้! (ก็มันใช่เคะที่ไหนเล่า)
มือเรียวยกมือป้องปากก่อนที่จะหาวฟอดใหญ่ นัยน์ตาสีทองพราวระยับเมื่อมองขนมปังยากิโซบะอันลือชื่อ”ว้าวๆๆ เคียวยะสุดยอดเลยนี่หรอขนมปังยากิโซบะที่นิยมในหมู่เด็กนักเรียน ฉันยังไม่เคยกินเลย “ว่าแล้วก็งับเข้าไปทีเดียว 3 คำหมด ก่อนจะหันมาทำหน้าตาทะเล้น”นี่ๆเคียวยะเดี๋ยวตอนกลางวันฉันขออยู่ด้วยสิ อยากจะลองไปซื้อขนมปังที่สหกรณ์โรงเรียนดูนะ ท่าทางจะสนุกๆ นะนะ เคียวยะ”
เมฆาสีนิลถอนหายใจเฮือกเมื่อคิดว่าตัวเองบ้าเองที่หวังอะไรปกติๆจากไอ้เซ่อ+โง่นี่มือเล็กยื่นขนมปังอีกห่อให้กับร่างสูงแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเริ่มไม่สนใจเขาเสียแล้ว
ดูท่า...สมองสุนัขปัญญากระบือแบบเจ้านี่ ไม่โดนทำก็คงจำไม่ได้ว่าโดนอะไรไป สินะ“นี่ๆ ที่นี่คือโรงเรียนมาโมริงั้นเดี๋ยวสึนะก็ต้องมาเรียนนะสิ “นัยน์ตาสีนิลกระตุกวูบเล็กน้อยเมื่อได้ยิน “งั้นเดี๋ยวรีบอาบน้ำแต่งตัวไปดัก(กอด)สึนะให้ตกใจเล่นดีกว่าว่ามาที่นี่ได้ไง เย้ๆ” บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดมนแต่ดวงอาทิตย์อัศดงกลับไม่สนใจปากที่สมควรนำไปล้างน้ำเกลือผสมแอลกอฮอล์ยังพล่ามต่ออย่างไม่หยุด
“เดี๋ยวจะได้ดุสึนะตอนเรียนด้วย >0< นี่ๆเคียวยะนายคุมโรงเรียนนี้อยู่ไม่ใช่หรอ ไปขออนุญาตให้ฉันเพ่นพ่านหน่อยสิ เหล่าดอกไม้แรกแย้มในวัยนี้นะกำลังน่ารักเลยละ!”
ดวงตาคมคายเริ่มแฝงแววมรณะเอาไว้แต่ทว่าผู้ที่กำลังชะตาขาดกลับไม่ทุกข์ร้อน ฮิบาริเดินเข้ามาเชยคางงามของอาจารย์ตนเอง “ดีโน่นายอยากรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันชอบใครอยู่”
ดวงตาสีทองส่งประกายพราวราวกับเด็กๆ “อยากสิๆ ใครหรอ”..แหมเคียวยะนี่ละก็เห็นฉันโตกว่าเลยอยากจะพึ่งพาประสบการณ์ฉันสินะ(มันไม่ได้หวังพึ่งแกแม้แต่น้อยเลยละดีโน่เอ๋ย)
“คนที่เรียกฉันด้วยชื่อห้วนๆคนแรกยังไงละ”กรรมการระเบียบการคนเก่งหลุบตาลงนึกย้อนไปในวันวานที่เคยเจอกัน ..ฉันคนนี้คนที่ทุกๆคนต่างหวาดกลัวแต่นั่นก็ดีแล้วเพราะฉันเกลียดการรวมกลุ่มกันที่สุด พวกอ่อนแอมักจะรวมตัวกัน แต่ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอแบบนั้น ฉันอยู่ตัวคนเดียวได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร ต่อให้ต้องยืนท่ามกลางซากศพนับร้อยนับหมื่นฉันก็จะก้าวข้ามมันไป หากมันทำให้ฉันเก่งขึ้นได้
แต่ในบางครั้ง บางคราตาของฉันก็มักจะชอบเผลอมองพวกสัตว์กินพืชที่ชอบรวมกลุ่มเล่นกันอย่างสนุกสนานจากทางหน้าต่างของห้องนี้..ทำไมฉันจะต้องคอยมองมันด้วยนะ พวกนั้นมันต่ำชั้นกว่าตั้งหลายล้านปีแสงแท้ๆเลย และในยามนั้นดวงใจที่เคยกล้าแกร่งของมันพลันเกิดความรู้สึกแปลกๆ มันทั้งเบาโหวงอย่างน่าประหลาดจนกระทั่ง..นายเข้ามา
ฉันอยู่ของฉันอยู่ดีๆก็มีไอ้บ้าหัวทองหน้าตากวนโอ๊ยจนน่าจับส่งไปหั่นขายแถวอิรักก็โผล่มา พล่ามบ้าพล่ามบออะไรไม่รู้ที่ฉันขี้เกียจสนใจ แล้วอยู่ๆมันก็เรียกชื่อฉันโต้งๆ ทั้งๆที่ไม่เคยมีใครเรียกฉันด้วยชื่อมาก่อนเลยแท้ๆ ตอนแรกฉันนึกว่ามันเป็นพวกสัตว์กินพืชชั้นต่ำ แต่ทว่าเมื่อยามได้สู้กันแล้วมันกลับเป็นคนที่ชนะฉันได้อย่างขาวสะอาด (ไม่อยากจะนับกับตอนศึกกับไอ้บ้าโรคจิตหัวสัปปะรดที่ใช้วิธีโกงฉันหรอกนะ ..แต่แพ้ก็คือแพ้ชิ)
ในเมื่อเอ่ยปากไปแล้วฉันก็ต้องรับคำมัน ฉันแพ้จริงๆเลยต้องไปรวมกลุ่มกับพวกกินพืชอย่างห้ามไม่ได้ ทั้งๆที่พวกมันน่ารำคาญจะตาย แต่ทำไมนะตอนถูกล้อมรอบด้วยพวกมันใจของฉันมันกลับเริ่มแปลกๆขึ้นเรื่อย ชักเริ่มคิดว่ารวมกลุ่มกันแบบนี้มันก็ไม่เลวเท่าไรหรอกนะ ...ที่คิดแบบนี้อาจจะเพราะติดเชื้อโรคน่าขยะแขยงจากแมลงสาปสีทองมาก็ได้
ในเวลาที่ฉันที่กำลังรู้สึกแบบนั้นท่ามกลางวงล้อมของพวกอ่อนแอ เจ้านั่นก็เข้ามาในปลายหางตาของฉัน แล้วส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นให้ทั้งๆที่มันน่าจะรู้ว่าส่งไปก็ไร้ประโยชน์กับคนอย่างฉัน มือที่ถือวิสาสะเข้ามาโอบคอทั้งๆที่น่าจะรู้ว่าจะต้องเจ็บตัวแต่มันก็ยังทำประจำ
“ไงเคียวยะอยู่กับเพื่อนแบบนี้สนุกกว่าอยู่คนเดียวเป็นกองใช่ไหมละ”
เพราะมันพูดแบบนั้นฉันเลยซัดมันไปเต็มที่ แต่ไม่นานมันก็ลุกขึ้นมาลูบหัวของฉันอย่างไม่กลัวตาย ฉันเลยซัดมันลงไปกองอีกรอบ ..ให้ตายเหอะ มันบ้าจริงๆ...แต่ไม่รู้สินะตรงที่โดนลูบมันรู้สึกแปลกๆไปบ้างอาจจะเป็นเพราะฉันติดเชื้อโรคมันไปแล้วจริงๆ
หลังจากนั้นฉันก็มันจะเผลอมองตามเรือนร่างสีทองอันสุกใสไปตลอด ..ทั้งๆที่ฉันรำคาญมันจะตาย แต่ทำไมนะ..ตอนที่ไม่เห็นมันอยู่ๆฉันก็คิดอยากจะไปหามันแทน
ยิ่งเห็นแมลงสาปสีทองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับลูกแมวของวองโกเล่แล้วก็เกิดความรู้สึกคันเท้าจนต้องเข้าไปอัดมันอย่างช่วยไม่ได้ในทุกที ทั้งๆที่รู้ว่ามันบ้า..แต่คนที่บ้าคงจะเป็นฉันเองที่ดันไปเผลอหลงรักคนบ้าอย่างมัน
คนคนแรกที่กล้าเรียกชื่อฉันอย่างสนิทสนมแบบไม่กลัวตาย..ดีโน่
ดวงหน้าที่เคยเย็นชาพลันอ่อนโยนขึ้นเมื่ออยู่ในห้วงคำนึงอันแสนหวาน(รึเปล่า-เท่าที่เห็นน่าจะเป็นห้วงคำนึงสีเลือดซะมากกว่า รู้สึกดีโน่นี่เสียเลือดบ่อยจัง)
“ถะ ถ้างั้นก็..บ้าน่าคนอย่างเคียวนะเนี่ยนะ”น้ำเสียงที่ตะกุกตะกัดเมื่อรับรู้ได้ถึงความในใจของเมฆาแห่งวองโกเล่ ดวงหน้านวลติดเครียสขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบปี ริมฝีปากบางเม้มแน่นๆ
ไม่น่าเลยนะเคียวยะทั้งๆที่ฉันนะชอบป่วนนายทุกทีเลยละ..แต่ต่อจากนี้ทำไม่ได้แล้วสินะ
แต่เอ ..ไม่รู้เหมือนกันนะทำไมฉันถึงชอบมาแกล้งนายและชอบที่จะถูกนายซัดก็ไม่รู้สิ รู้สึกตัวอีกทีก็จมลงกองเลือดข้างๆเท้านายไปแล้วทุกทีเลย ทั้งๆที่น่าจะรู้ว่าการมาแหย่หนวดเสือมันจะเป็นยังไง ..แต่ถึงยังไงฉันก็อยากจะมาหานาย มาแหย่นายเล่น มาโดนนายซ้อม ถึงจะไม่เข้าใจตัวเองนักก็เถอะนะ
น่าเสียดายจังเลย..มันคงจะทำต่อไปไม่ได้แล้วสินะก็ในเมื่อเคียวยะจะมีแฟนแล้วนี่..คงจะไม่มีเวลาให้ฉันแล้วสินะ ถึงจะเหงาและเจ็บแบบแปลกๆในหัวใจก็เถอะแต่ในฐานะอาจารย์ฉันก็ต้องส่งนายด้วยรอยยิ้มแม้รักของนายมันจะผิดศีลธรรมก็ตามที
มือเพรียวคว้าไหล่เล็กของลูกศิษย์ตัวเอง ก่อนจะปั่นหน้าเครียสและจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นัยน์ตาสีทองฉายแววเอาจริง ก่อนที่ปากสุนัขจะเอ่ยขึ้น “เคียวยะฉันรู้ว่ามันผิดศีลธรรมแต่ในฐานะอาจารย์แล้วฉันจะไม่บอกให้นายตัดใจหรอกนะ”
ดวงหน้าคมคายเริ่มแย้มยิ้มเมื่อคิดว่าแมลงสาปมันก็สมองอยู่เหมือนกัน แต่ทว่าคำต่อมาเล่นเอาเด็กหนุ่มต้องขอถอนคำพูดโดยด่วนจี๋
“ถึงนายจะรักกับแม่ของตัวเองฉันก็ไม่ว่าหรอก เดี๋ยวฉันจะช่วยทำพาสสปอดหนีไปอยู่ต่างประเทศให้นะ ไม่ต้องห่วงนะเคียวยะเพราะนายเป็นลูกศิษย์ที่ฉันรักมาฉันจะช่วยทุกอย่างเอง”
ผึง! ราวกับมีอะไรสักอย่างขาดในตัวของลูกศิษย์ที่รัก ฉับพลันดีโน่รู้สึกถึงอะไรแปล๊บๆที่หัวก่อนที่จะล้มลงไปกองและตามมาด้วยเท้าอันคุ้นเคย(เนื่องจากโดนประจำ)ที่กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุก
“โอ๊ย! ก็นายบอกเองนี่ว่าคนแรกที่เรียกชื่อนายนะ งั้นจะไม่ใช่คุณแม่ได้ไงเล่า ก็คนเป็นแม่นะต้องเรียกชื่อลูกก่อนใครนี่ เอ๊ะ! หรือฉันทายผิดเป็นคุณพ่องั้นหรอ”
ฮิบาริเริ่มปลงตกอนิจจาในชะตาชีวิตของตัวเอง..ทำไมเขาต้องมาหลงไอ้บ้างี่เง่า โง่หาใดเปรียบแบบนี้ด้วยนะ แบบนี้สินะที่เขาว่ากันว่าชีวิตคนเรามักมีอะไรแปลกๆอยู่เสมอ
ดวงหน้าคมคายติดสวยของเด็กหนุ่มเงยขึ้นแล้วเลียริมฝีปากเบาๆ เมื่อคิดได้ว่าถึงซ้อมไปมันก็ไม่จำอยู่ดีนั่นละสู้หาวิธีลงโทษใหม่กับมันดีกว่า มือเล็กคว้าเอวบางของร่างเปล่าเปลือยก่อนที่จะอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว เรียกเอาดวงหน้าสวยเงยขึ้นมามองแบบงงๆ
“นายยังไม่ได้อาบน้ำนี่ดีโน่...ฉันช่วยอาบเอาไหม”ศีระษะสีทองผงกขึ้นลงอย่างร่าเริง ไม่นึกเอะใจสักนิดกับความใจดีของเด็กหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มสีทองผุดขึ้นบนใบหน้า
“ดีจังเลยเคียวยะนายเรีกยชื่อฉันแล้วนะ”..ไม่รู้ทำไมฉันถึงดีใจเวลานายเรียกชื่อแนมากกว่าสุนะก็ไม่รู้นะ
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขยับเล็กน้อย ก่อนที่มืออีกข้างจะพลักประตูห้องอาบน้ำ(เอโรงเรียนมันมีห้องอาบน้ำรึ) “ฉันจะเรียกนายเฉพาะเวลาแบบนี้เท่านั้นละ ถ้าอยากอยากได้ยินก็ต้องให้ทำบ่อยๆสิ”
ดีโน่ชักสีหน้างุงงงก่อนที่จะโดนลากเข้าห้องน้ำไป
กว่าจะทำความเข้าใจกับแมลงสาปบ้านี่ได้..อาจใช้เวลาสัก 10 ปีเลยมั้ง
จบจร้า
ตอนต่อไป ฮิบาริในอีก 10 ปีข้างหน้ากับดีโน่ในอีก 10 ปีข้างหน้า บทสรุปแห่งความโง่
เหอๆๆๆ ขอบอกว่าล้อเล่นนะคะ
แต่งจบแล้วแล้วมันเกี่ยวอะไรกับท้องฟ้าสีฟ้าละทั้งๆที่ฉากมันกลางคืนแท้ๆ 5555+

พพพพพพ
ยิ่งอ่านยิ่ง
โฮกกกกกกกกกกกก
- ., -
#1 By Ya [やたて] = 3 = on 2008-09-02 22:27