[fic reborn]Route(XSD+18D+XS) ตอน1

posted on 19 Sep 2008 01:24 by clover74321  in Fic

 Route
คู่ XSD(3P)+18D (2p+sm)+XS(2p+sm)
เรท NC-18+20+sm
หมายเหตุใครไม่ชอบดีโน่เคะแตกแล้วคนอื่นเมะขอความกรุณาถอยให้ไกลคะ
ก็เราชอบน้องม้าเอ๋อนี่

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานเสียจนแทบจะลืมเลือน
ทั้งๆที่เป็นอย่างงั้นแต่ทว่า ทำไมมันกลับเด่นชัดในความทรงจำทุกครา
ทำไมกัน ทำไมกันนะ ถึงไม่ยอมตัดใจ

“พวกเราจะอยู่ด้วยกัน 3 คนตลอดไปเลยนะ” น้ำเสียงเจื้อแจ้วเอื้อนเอ่ยทั้งๆที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่า ในอนาคตพวกเราจะต้องแยกจากกัน

อนาคตโหดร้ายเสมอ เส้นทางของพวกเราคงมิมีวันบรรจบกันได้
ทำไมกันนะ ทำไม
ถึงได้เอาแต่คิดถึงคำคำนี้อยู่ทุกเมื่อวัน

คิดถึงแต่อดีตอันแสนหอมหวาน
ความสดใส ความรัก สิ่งเหล่านี้เรียงร้อยสมานกันไว้อย่างมิคลาย
ทั้งๆที่เป็นเช่นนั้น แต่ทำไมกัน อนาคตถึงได้โหดร้ายนัก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าอาชาสีทองตัวจ้อยวิ่งวุ่นในดงไพร วันหนึ่งมันหลงทางมายังชายหาดสีขาว อาชาตัวน้อยเอียงคอมองอย่างงุงงง พลันวายุก็พัดโหมกระหน่ำนำพาสัตว์ร้ายจากใต้บาดาลให้ขึ้นมาพื้นทะเลตื้น ฉลามสีเงินอ้าปากกว้างอวดฟันคมของสัตว์กินเนื้อ หมายจะขย้ำเจ้าอาชาไร้ทางสู้ให้ดับดิ้น แต่ทว่าม้าสีทองกลับดีใจวิ่งควบเข้าไปหาอย่างไรกลัวตาย เจ้าฉลามน้อยแปลกใจ แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก่อนที่วิหกสีดำ และเมฆาเจ้าอารมณ์จะตามมาในภายหลัง

ร่างสูงโปร่งแบบฉบับอิตาลีก้าวลงจากรถยนต์หรูสีดำสนิท เรียกเอาสายตาจับจ้องจากนักเรียนโรงเรียนจนๆเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี ผมสีตะวันเฉดฉาย ดวงหน้าเกลี้ยงเกลานวลผ่องติดจะสวยราวกับอิสตรี เรือนร่างแลดูบอบบาง(?)ถูกซ่อนไว้ในชุดประจำตัวของตน นัยน์ตากลมโตที่ถูกล้อมกรอบไปด้วยแพขนตาหนา (กระทั่งขนตาล่างยังมีนะเออ) กระพริบ ท่วงท่าอันแสนสง่างามดุจนางพญาก้าวอย่างมั่นคงก่อนจะหันไปเอ่ยเสียงใสกับลูกน้องคนสนิทของตน

“โรมาริโอ้ไม่ต้องรอนะ วันนี้ฉันจะค้างบ้านสึนะ” คนสนิทผงกหัวรับคำ นัยน์ตาที่ซ่อนไว้ภายใต้กรอบแว่นปรายตามองบอสของตนเอง เขารู้ รู้ว่าบอสวันนี้คงไม่ได้จะไปค้างบ้านวองโกเล่ที่ 10 จริงๆหรอก เขารู้มาตลอดถึงความสัมพันธ์อันออกจะเกินเลยของบอสกับผู้พิทักษ์เมฆาแห่งวองโกเล่ ไม่รู้บอสคิดยังไงถึงคบเจ้าเด็กโหดซาดิส์ไร้ความปราณีนั่นได้ แต่เรื่องของเจ้านายลูกน้องไม่มีสิทธิจะยุ่มย่าม ขอเพียงแค่บอสยังมีความสุขโรมาริโอ้ผู้นี้ก็สุขใจแล้ว

“เคียวยะจะเรียนอยู่ไหมน้า” คล้อยหลังลูกน้องไม่กี่ก้าวท่วงท่าดุจนางพญาหายไปสิ้นพร้อมๆกับอาการสะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งคลุกฝุ่นในบัดดล

(หมดกันมาดฉานนนน)

เรือนร่างสีทองอร่ามวิ่งราวกับลืมวัยตัวเองไปยังห้องที่แสนคุ้นคย ห้องที่เขาใช้เป็นที่ร่วมรักบ่อยเสียจนจำได้ตราตรึง มือเรียวฉวยเอาประตูหนาแล้วเปิดเข้ามาพร้อมกับกระโดดเข้ากอดร่างโหดโฉดนรกแตกอย่างสดใสแต่ทว่าไฉนเลยคนที่โหดโฉดนรกอย่างฮิบาริ เคียวยะ จะปล่อยให้โดนกระโดดเกาะ เท้าเล็กตรงเข้าถีบท้องน้อยของอาชาหนุ่มอย่างไม่เกรงใจ ก่อนที่มือจะตวัดเอาไหมพรมสีทองจิกขึ้นราวราชา

“แง๊ เคียวยะใจร้าย”น้ำเสียงแววออดอ้อนเล็กๆแต่ก็ดูเข้าทีกับร่างระหงเอ่ยพร้อมกับแอบค้อนให้วงใหญ่ ฮิบาริชักสีหน้าเอืมระอาเล็กน้อย

ตั้งแต่การบอกรักของเขาในวันนั้นเจ้าม้าตัวดีนี่กลับยิ่งเอาแต่ใจ แถมยังชอบเกาะเกะเขา ออกอ้อนเขามากขึ้นเสียยิ่งกว่าเดิม จะว่าน่ารักก็น่ารักหรอกนะแต่ในตอนนี้

นัยน์ตาคมตวัดมองยังเอกสารกองมหึมาของโรงเรียนที่เขาแสนจะภาคภูมิใจแล้วก็ต้องถอนหายใจ มือเรียวค่อยประคองร่างบอบบางให้ลุกขึ้นแล้วแล้วจับมือจนกระทั่งมาถึงหน้าห้องแล้วก็

ปัง! ปิดประตูใส่หน้าปล่อยให้เจ้าม้าพยศร้องเร่าๆอย่างน่ารำคาญอยู่ข้างนอก คิ้วเรียวขยับอย่างหงุดหงินก่อนจะคว้าอะไรกลมๆเหลืองๆข้างๆบ่าของตัวเองแล้วเปิดประตูปาใส่หน้าเจ้าตัวสีทองเหมือนกัน

“ฉันให้ยืม แล้วก็อย่ามากวนฉันจะทำงาน”ว่าจบก็ปิดประตูใส่หน้าอีกคราแถมล็อกอีกตะหากปล่อยให้ร่างของอาชาสีทองคอตกอยู่ข้างนอก กับสิ่งมีชีวิตที่เคียวยะเคยบอกว่า มันฟูๆเหลืองๆเหมือนกับเขา (นี่เองสาเหตุที่ฮิบาริเลี้ยงฮิเบิด)

อาชาสีทองวิ่งทะยานมองยังท้องนภาอันแสนกว้าง นัยน์ตาของมันพานพบกับก้อนเมฆที่แสนเย่อหยิ่ง ก้อนเมฆที่จะไม่มีวันลงมาเกลือดกลิ้งอยู่ด้านล่าง ช่างแข็งแกร่งเสียจนน่าหลงใหล เจ้าอาชาตัวจ้อยหลงรักเมฆาก้อนนั้นทันใด เอาแต่วิ่งไล่อย่างไม่เคยจะมองหนทาง ขาเล็กๆของมันสะดุดเข้ากับก้อนหินเล็กพาล้มคว่ำ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น เมฆาผู้แสนใจร้ายได้แต่ปรายตาลงมามอง ไม่ยอมลอยต่ำลงมาดูม้าสีทองเสียสักนิด ช่างแตกต่างกันเสียจริง กับปลาฉลามขี้โวยวายแต่ใจดี กับอินทรีย์ผู้หยิ่งผยองทว่าแฝงด้วยความอ่อนโยนกว่าใคร

อาชาสีทองมองตาละห้อยหากไม่ต้องการเมฆาก้อนนั้นก็คงไม่ลอยต่ำลงมาหาเขา ใช้เพียงแค่บำบัดความใคร่ ไม่เคยบอกคำหวาน ไม่เคยอ่อนโยน ทุกสิ่งที่อย่างที่โถมเข้ามามีแต่ตัณหาและความรุนแรง รุนแรงเสียจนแทบล้มทั้งยืน แต่ถึงกระนั้นเมฆผู้แสนโหดกลับช่วยประคองเล็กน้อยแล้วก็ลอยหนีขึ้นไปอย่างไม่ใยดี

ถึงจะเคยบอกว่ารักครั้งหนึ่ง ให้หัวใจของอาชาผู้นี้พองโตแต่ทว่าการกระทำที่ทำนั้นแทบไม่ได้แสดงถึงความรักเอาเสียเลย

ฉันก็แค่อยากจะอยู่กับเคียวยะนานๆเท่านั้นเอง

“ฮิบาริ ฮิบาริ” เจ้านกตัวจ้อยเอ่ยเรียกเอาเสียงเจื้อแจ้วจนเขาอดที่จะเอ็นดูมันเสียไม่ได้ มือเรียวแระคองสิ่งมีชีวิตตัวน้อยขึ้นมาพร้อมกับใช้พวงแก้มเนียลใสของตนถูไถ แต่ทว่าเจ้านกตัวนั้นกลับโบยบินจากเขาไปทั้งๆที่ยังพร่ำร้อง ฮิบาริๆ

รอยยิ้มงดงามฉายบนใบหน้าของม้าพยศ คงจะอยากอยู่กับฮิบาริสินะ เหมือนกับเขาเลย แต่ว่าตอนนี้เขาไปหาไม่ได้นี่สิช่างน่าเศร้าใจนักแต่ก่อนที่เท้าเรียวจะหันกายหมายจะไปหาสึนะฆ่าเวลาก็พลันได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคย

“เฮ้ย ทำอะไรอยู่วะไอ้งี่เง่า” น้ำเสียงออกแนวเถื่อนๆแต่แฝงด้วยความห่วงใยแบบนี้ไม่น่าใช่ใครอื่น แล้วเขาก็คิดไม่ผิดเมื่อหันไปพบเข้ากับเรือนผมสีเงินอร่ามเยียดยาว เรือนร่างสมส่วนเข้ากับชุดของเวอริเออร์

“สควอโล่? มาได้ไงอะ”ไม่ว่าเปล่าร่างบางยังเข้าไปเบียดกายชิดพร้อมวางมือพาดไหล่ของฉลามน้อย เขาแอบภูมิใจเล็กๆที่การดื่มนมพร้อมกับยัดอาหารสูตรเร่งสีเร่งโตของรีบอนจะทำให้ประสบความสำเร็จในการสูงกว่าเพื่อนของตนจนสำเร็จ

(มิทราบว่าอาหารปลาทองรึอะไรกันแน่นั่น)

“บอสสั่งให้มาส่งของให้ไอ้เด็กปัญญาอ่อน”เสียงห้าวตวัดอย่างไม่พอใจที่ถูกใช้งานด้วยเรื่องง่ายๆ นัยน์ตาคมตวัดไปยังเจ้าม้าที่แอบอมยิ้ม ราวกับจะล่วงรู้ความคิด มือหนาดีดเข้าให้ที่กลางหน้ามลได้รูปจนอีกฝ่ายร้องโอดโอย

“โอย ฉันก็แค่ดีใจที่ฉันสูงกว่านายแล้วนะ”..แม้จะแค่เซ็นต์เดียวก็ตาม แบบนี้เขาก็ดูสมชายมากกว่าสควอโล่แล้วละ เพราะแต่ก่อนเขาที่อยู่กับสควอโร่มักจะชอบโดนเรียกว่า ‘คุณหนู’ เสียอยู่เรื่อย (โธ่โน่เอ้ยยย ความสูงไม่มีผลในแนวราบลืมท่านฮิไปแล้วรึไง ความเมะมันอยู่ที่นิสัยและเทคนิคเฟ่ย)

“น้อยๆหน่อยไอ้ม้า ถึงแกจะสูงกว่าฉันแค่เซนต์เดียวแต่ฉันหนักกว่าแก 3 กิโลนะเฟ่ย รู้ไหมมันหมายความว่ายังไง” ดีโน่เอียงคออย่างงุงง ก่อนที่จะถึงบางอ้อเมื่อสควอโล่ถลกแขนเสื้อยาวให้เขาเห็นถึงกำลังแขนที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ฮึ้ย! แค่น้ำหนักต่างกันแค่ 3 กิโลเอง ม้าสีทองหมายมาดในใจว่ากลับไปอิตาลีงวดนี้จะออกกำลังกายให้มากกว่าเดิม

(พอเหอะหนูโน่ แค่จากตอนเอาะๆ-ร่างบาง มาตอนโต-เริ่มถึก นี่ยังไม่พออีกหรอ เดี๋ยวเสียสถาบันเคะหมดพอดี)

“เอาเถอะ เราจะมายืนตรงนี้ก็กระไรอยู่นะ”ร่างสีทองเอ่ยเมื่อเห็นสายตาของนักเรียนโรงเรียนมินามิที่มองพวกเขาราวกับคนบ้า มือเรียวฉุดแขนฉลามน้อยไปด้วยอย่างไม่ใส่ใจเสียงโวยวาย เขารู้ว่าหากเพื่อนตนขืนตัวสักนิดเขาก็คงไม่มีทางลากมาได้ง่ายๆอยู่แล้ว..ยังชอบแอบตามใจฉันเหมือนเคยเลยนะสควอโล่ ทั้งๆที่ฉันเป็นคนทิ้งพวกนายไป ทั้งที่ฉันเป็นคนผิดสัญญาที่เอ่ยไว้เองแท้ๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงใจดีกับฉันอยู่เรื่อย

ทั้งสองมายังสวนดอกไม้แต่โดยดีอย่างไม่ถูกฟันคมๆของปลางาบหัวเพราะดีโน่บอกไว้ว่าต้องรอให้สึนะเรียนเสร็จก่อนสิไม่อย่างงั้นแตกตื่นตาย แล้วแซกซัสก็คงไม่ชอบด้วย เมื่อได้ยินเสียงบอสซาดิสฉลามน้อยจึงต้องจำใจยอม

“สบายจังเลยน้า”เสียงใสเอ่ยขึ้นพลางทอดกายลงนอนกับพื้นหญ้านุ่มนิ่ม สควอโล่เอือมให้กับปฎิกิริยาเคยตัวของเจ้าม้าน้อย ก่อนที่อีกฝ่ายจะพลิกตัวมานอนหนุนตักเขาซะงั้นแนะ

ทั้งๆที่จะพลักก็พลักไปได้ทุกเมื่อแต่ฉลามก็ปล่อยให้คนตรงหน้าเอาแต่ใจตัวเองต่อไปทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองชอบตามใจอีกฝ่ายแค่ไหน ดวงหน้าคมปรายตามองเจ้าม้าพยศที่เริ่มตาปรือไปกับสายลมอันอ่อนโยน ก่อนที่ริมฝีปากเอิบอิ่มจะเปรยออกมาเบาๆ

“เราไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนแล้วนะ”พูดจบเปลือกตาสีขาวนวลก็ปกปิดลูกแก้วสีทองสุกใสโดยพลัน สควอโล่ยิ้มให้ร่างบางตรงหน้าก่อนที่จะเอ่ยทวนคำพูด

“ตั้งแต่เรียนจบละมั้งดีโน่”มือหยาบที่เคยจับดาบฆ่าคนเสมอมาลูบอย่างแผ่วเบาบนพรมสีทองนุ่มนิ่ม ก่อนที่นิ้วเรียวจะไล้แก้มของคนตรงหน้าเบาๆ เสียงหายใจสม่ำเสมอบ่งบ่งให้รู้ว่าเจ้าตัวหลับไปแล้ว สควอโล่เกลี่ยนไรผมที่ปรกหน้านวลออกก่อนที่โน้มกายลงจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากสีแดงชาดนั้นอย่างอ่อนโยน

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีอาชาสีทองวิ่งวุ่นในพงไพรมันช่างอ่อนแอและน่าสมเพศ แต่กระนั้นก็ยังคงความงดงามเจิดจ้าให้ผู้พบเห็นได้หลงใหล วันหนึ่งเจ้าอาชาตัวจ้อยหลงทางมายังชายหาดสีขาว เลยมองขึ้นไปในฟากฟ้าสีครามก็ประจักษ์ถึงนกอินทรีย์สีดำเขื่อตัวเบิ่มเริ่ม พอก้มมองลงไปในธารธาราก็พบเจ้าฉลากกินเนื้อแสนดุร้าย ฉลามตัวนั้นมองอาชาน้อยอย่างพินิศ มันคำรามราวกับจะรำคาญสิ่งนั้นแต่ทว่าเจ้าม้าตัวจ้อยกลับลงยังผืนน้ำแสนน่ากลัวเพื่อมาเล่นกับมัน

ฉลามน้อยเอียงคออย่างไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ตัวมันออกจะน่ากลัวขนาดขย้ำสิ่งตรงหน้าให้หายไปได้แต่ทำไมนะ ทำไมกันนะ ฟันคมๆของมันถึงไม่ยอมขย้ำลำคอระหงของคนตรงหน้าเสียที วันคืนผ่านไป ผ่านไป ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ฉลามจอมดุร้ายกลับยอมที่จะแหวกว่ายเข้าน้ำตื้นเขิน ทั้งๆที่รู้ว่าลำตัวของมันจะกระทบเข้ากับผิวทรายจนบาดเป็นแผล ทั้งๆที่รู้ตัวว่าต้องเจ็บ ทั้งๆที่รู้ตัวว่าสัตว์กินเนื้อไม่สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์กินพืชอ่อนแอได้ แต่ทำไมทำไม ยังยอมว่ายมาหาเจ้าอาชาตัวจ้อยได้ทุกวัน

ทำไม ทำไมถึงได้ยอมคอยดูและ ทำไม ทำไม ถึงคิดอยากจะปกป้องและครอบครองกันนะ ?

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีอาชาสีทองวิ่งวุ่นในพงไพรมันช่างอ่อนแอและน่าสมเพศ แต่กระนั้นก็ยังคงความงดงามเจิดจ้าให้ผู้พบเห็นได้หลงใหล วันหนึ่งเจ้าอาชาตัวจ้อยหลงทางมายังชายหาดสีขาว เลยมองขึ้นไปในฟากฟ้าสีครามก็ประจักษ์ถึงนกอินทรีย์สีดำเขื่อตัวเบิ่มเริ่ม พอก้มมองลงไปในธารธาราก็พบเจ้าฉลากกินเนื้อแสนดุร้าย ฉลามตัวนั้นมองอาชาน้อยอย่างพินิศ มันคำรามราวกับจะรำคาญสิ่งนั้นแต่ทว่าเจ้าม้าตัวจ้อยกลับลงยังผืนน้ำแสนน่ากลัวเพื่อมาเล่นกับมัน

ฉลามน้อยเอียงคออย่างไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ตัวมันออกจะน่ากลัวขนาดขย้ำสิ่งตรงหน้าให้หายไปได้แต่ทำไมนะ ทำไมกันนะ ฟันคมๆของมันถึงไม่ยอมขย้ำลำคอระหงของคนตรงหน้าเสียที วันคืนผ่านไป ผ่านไป ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ฉลามจอมดุร้ายกลับยอมที่จะแหวกว่ายเข้าน้ำตื้นเขิน ทั้งๆที่รู้ว่าลำตัวของมันจะกระทบเข้ากับผิวทรายจนบาดเป็นแผล ทั้งๆที่รู้ตัวว่าต้องเจ็บ ทั้งๆที่รู้ตัวว่าสัตว์กินเนื้อไม่สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์กินพืชอ่อนแอได้ แต่ทำไมทำไม ยังยอมว่ายมาหาเจ้าอาชาตัวจ้อยได้ทุกวัน

ทำไม ทำไมถึงได้ยอมคอยดูแล ทำไม ทำไม ถึงคิดอยากจะปกป้องและครอบครองกันนะ ?

“เฮ้ไอ้นี่มันขี้แยจริงๆเลยวะ” เสียงห้าวดังขึ้นจนเรียกให้สควอโล่ในสมัยเยาว์หันกลับไปมอง นัยน์ตาสีฟ้าสุกใสลองมองกลับพบร่างบอบบางที่นั่งคุดคู้ด้วยความหวาดกลัว มือขาวซีดทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมากันศีรษะที่ปกคลุมด้วยไหมพรมสีทองเจิดจ้า นัยน์ตาสีทองอร่ามสั่นระริกยามหยาดน้ำตาหลั่นไหลออกมาจากดวงตาแสนงามคู่นั้น

สวย แล้วก็เจิดจ้า ในตอนนั้นครั้งแรกที่พบเขาคิดเช่นนั้นจริงๆ ดวงหน้าหวานฉ่ำที่ถูกแปะทับด้วยพลาสเตอร์ ซีกหน้าข้างขวากลับชอกช้ำด้วยรอยหมัด เรือนร่างที่แสนน่าถนุถนอมเปรอะไปด้วยคราวเลือด ราวกับดวงตะวันที่ถูกบดบังแต่กระนั้นก็ยังคงความงดงามของมันไว้ได้อย่างสมบูรณ์ไม่ผิดเพี้ยนแต่ประการใด ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจจริงๆทำไมขาของเราถึงได้เดินเข้าไปฟันเจ้าพวกน่าฆ่าพวกนั้นกันนะ

“เฮ้ยมันเกะกะทางเดินข้าว้อย”กู่ร้องตะโกนออกไปทั้งๆที่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้นแท้ๆเอาเสียเลย เลือดสาดกระเซ็นทุกครั้งยามที่ดาบของฉันร่ายรำ ฉันชอบเลือดมันทำให้โลกทั้งโลกยังคงสวยสดอยู่เสมอ ไม่ว่าสิ่งใดจะลบเลือนไปแต่ทว่าเลือดเท่านั้นที่ยังคงความจีรัง

ในโลกที่แสนโสมมแห่งนี้ไม่มีสิ่งใดจะขาวสะอาดได้หรอก ทุกคน ทุกคน ล้วนแต่สกปรก ทุกคน ทุกคน ล้วนแต่น่าฆ่า เพราะทุกคนนั้นล้วนแต่แปดเปื้อนด้วยกันทั้งนั้น

ดวงตากลมโตสีทองแสนจะน่าดึงดูดนั่นเงยขึ้นสบกับฉัน ฉับพลันเจ้าของร่างบอบบางก็ลุกขึ้นมาขวางฉันไว้กับพวกที่แกล้งมันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้ว่าร่างเล็กๆนั่นจะบอบช้ำแค่ไหนก็ตาม

“มาขวางไว้ทำไม” ..ทำไมนายถึงต้องขวางพวกที่รังแกนายด้วยละ น่าจะดีใจไม่ใช่หรอที่พวกมันหายไปจากโลกนี้เสียได้

“ฉันไม่อยากจะทำร้ายใครและไม่อยากให้ใครทำร้ายกันด้วย” ถึงแม้คราบน้ำตาจะเปรอะเปื้อนดวงหน้านวลนั่นก็ตามแต่นัยน์ตาสีทองกลับทอประกายแรงกล้า

โลกแห่งนี้มันโสโครกมีแต่พวกที่แปดเปื้อน ..ไม่มีหรอก ไม่มีใครหรอกจะขาวสะอาดได้นะ

“ถ้าอย่างงั้นแกก็ตายก่อนแล้วกัน”พูดขู่พร้อมกับร่างที่วิ่งเข้าไปหมายจะขย้ำให้ตายแต่ถึงเป็นแบบนั้นเจ้าดวงอาทิตย์นั้นก็ยังไม่ยอมขยับไปไหนถึงจะร่างทั้งร่างของมันจะสั่นงกๆเป็นลูกน้องแล้วก็ตาม

ไม่เข้าใจเลยทำไมกันนะ ถึงไม่ยอมหลบ

ร่างสูงกว่าเก็บดาบแสนสำคัญเข้าฝักแล้วเดินจากไปอย่างไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรอีกต่อไป แต่ทว่ากลับโดนยึดไว้ด้วยนิ้วเรียวที่กระตุกชายเสื้อของเขา ครั้นพอหันกลับไปก็พบเข้ากับรอยยิ้มอันแสนจะสดใสยิ่งกว่าที่เคยพบที่ไหน

“ขอบคุณนะ”คำขอบคุณเรียบๆที่เผลอทำเอาหัวใจพองโตไปชั่ววูบ แต่ทว่าเขากลับสะบัดมือน้อยนั่นออก

“ไม่จำเป็น ฉันไม่ได้ช่วยแกแต่พวกมันขวางทางเดินฉัน” แต่ดูเหมือนร่างเล็กจะไม่ฟังเจ้าตัวกลับเข้ามาเกาะเกะเสียจนน่ารำคาญ

วันหนึ่งเจ้าฉลามที่บังเอิญโดนวายุคะนองพัดลองเข้าใกล้ฝั่งได้พบกับเจ้าอาชาน้อยสีทอง ฉลามสีเงินมองม้าตัวนั้นด้วยความสนใจในสิ่งที่ตนเองไม่มี ช่างเป็นความแตกต่างอย่างยากจะลงตัว แต่ทว่าอาชาน้อยก็พลันมองฉลามกระหายเลือดด้วยความนัยแบบเดียวกัน ..2 สิ่งที่แตกต่าง

“เกะกะว้อย!”ร่างสูงกว่าเอ่ยอย่างสุดจะทนเป็นรอบที่หมื่นกว่าๆแล้ว แต่ไฉนเลยเจ้าตัวเล็กจะสนใจ ม้าตัวยุ่งกลับคลี่ยิ้มออกมาบางๆเท่านั้นแล้วทำหน้าที่คลอเคลียเจ้าฉลามน้ำต่อไป แซฟไฟร์ตวัดมองร่างที่แสนน่าหลงใหลตรงหน้าแล้วใช้มือใหญ่เชยคางเรียวสวยขึ้นมา “ถามหน่อยเหอะนายมาวุ่นวายกับฉันทำไมเนี่ย”

“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่” รอยยิ้มสดใสดุจแสงตะวันที่สาดส่องไปทั่วสารทิศถูกโหมเข้าใส่ฉลามน้อยอย่างไม่ให้ได้ตั้งตัว สควอโล่ทำท่าอดทนอยากจะชกไอ้ตัวบ้านี่เสียให้แค้นแต่ไม่รู้ทำไมหนอทำไม ทั้งๆที่อยากจะถีบ ทุบ ตีแต่มือไม้มันก็เป็นอันต้องอ่อนแรงเมื่อเห็นเสี้ยวหน้าหวานๆนี่เสียทุกครั้ง เท่านั้นมันยังไม่พอเจ้าร่างกายทรพีนี่มันยังคอยช่วยจับเอาทุกครั้งที่เจ้าตัวซุ่มซ่ามจะซุ่มซ่ามเสียอีก

“นี่ๆสควอโล่วันนี้ไปกินไอติมกันเหอะ..หวา!”คิดไม่ทันขาดเจ้าตัวน้อยก็เหยียดขั้นบันไดพลาดหากไม่มีมือแกร่งของเขาคอยประคองไว้ได้ทันท่วงที่คงจะล้มคะมำหน้าแหกไปแล้วแท้ๆ ลูกม้าสีทองหันขวับมาส่งรอยยิ้มกระชากใจให้อีกครา “ขอบคุณนะสควอโล่”

“ฉันไม่ได้ช่วยซะหน่อยแค่เห็นว่าเกะกะเท่านั้น”ถึงปากจะพร่ำบ่นไปอย่างงั้นแต่ม้าสีทองก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนจากสัตว์กระหายเลือดตรงหน้า ช่างเป็นคุณฉลามที่ใจดีและอ่อนโยนเสียจนน่าหัวเราะ

ลูกอาชาสีทองผู้ไร้พิศสงพินิจยังฉลามเงินที่อยู่ในห้วงสมุทร ช่างน่าอันตรายแต่ถึงกระนั้นก็พลันสัมผัสได้ถึงไออุ่นแห่งความอ่อนโยนมันจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปใกล้จนกระทั่งขาทั้งสองข้างของมันเตะลงพื้นน้ำ ฉลามเองก็พลันสนใจในความพิสุทธิ์ของอาชาสีทองยอมที่จะเกลือดกล้วนผืนทราย ยอมปล่อยให้กรีดยังท้องของตนจนเป็นแผลเพื่อที่เจ้าม้าจะได้ไม่ลงมาลึก

นัยน์ตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับจะสัมผัสได้ถึงห้วงคำนึงหาของอีกฝ่าย ลูกอาชาเป็นฝ่ายแย้มยิ้มให้ก่อนก่อนจะหยิบยื่นไมตรีจิตชั่วนิรันด์ให้ ฉลามสีเงินเอื้อมไปรับมันไปด้วยสีหน้างงในตนเอง แต่ถึงกระนั้นมันรู้ดีว่าสิ่งที่มันต้องการไม่ใช่มิตรภาพอันงดงามหรอก แต่หากเป็นอะไรที่รุนแรงกว่านั้น ร้อนแรงกว่านั้น ร้อนเสียจนจะแผดเผาสัตว์น้ำที่เลือดเย็นเช่นนั้นให้มอดไหม้ไปกับสิ่งนั้น

มันคืออะไรกันนะ ?

วันเวลาล่วงเลยไป ทุกคราที่เจ้าตัวเล็กของเขาคลาดสายตาเพียงแค่เสี้ยวเดียวก็พลันต้องมีบาดแผลมาให้ยลได้เสียทุกครั้ง นี่ยังไม่รวมเรื่องสมุดโดนฉีกทำลาย ข้าวของถูกทิ้ง กับการไถเงินและโดนรุมรังแกประจำวันอีกนะ ทุกคราที่เห็นน้ำตาของคนขี้แยทำไมไม่รู้หัวใจของเขาราวจะแตกสลาย

แต่ทำไม ทำไม เจ้าตัวดีนั่นถึงยังส่งรอยยิ้มสดใสอย่างไร้ซึ่งมลทิลใดๆมาให้เขาได้อีกนะ พอเขาถามว่าเขาจะจัดการให้เอาไหม ดีโน่ก็แย้มยิ้มเช่นเคยก่อนจะตอบว่า ไม่เป็นไรหรอกนะ สควอโล่นี่ใจดีที่สุดเลย เพราะมันตอบมาด้วยคำพูดแบบนั้นเขาเลยเผลอโวยวายกลบเกลื่อนใบหน้าแดงระรื่อของตนเองแต่กลับโดนนิ้วเรียวจิ้มแรงที่แกมเป็นการหยอกเสียนี่

ทั้งๆที่ถ้าหากเป็นไอ้ขี้แงทั่วไปคงจะร้องไห้ฟูมฟายมากกว่านี้สิ พอลองถามออกไปเจ้าตัวก็ยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

“ก็เพราะฉันอยากจะยิ้มให้กับสควอโล่นะสิ เพราะสควอโล่เป็นคนสำคัญของฉันเหมือนกัน” ...เพราะเป็นคนสำคัญถึงไม่อยากให้เป็นห่วง เพราะเป็นคนสำคัญถึงได้อยากจะทำให้พวกเขาสบายใจ เพราะเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวจึงอยากจะให้เขามีความสุขด้วยรอยยิ้มของฉันเสมอ

เจ้าตัวคว้าแขนของเขาแล้วลงนั่งบนผืนหญ้าแบบสบายก่อนที่เจ้าม้าขี้อ้อนจะขอหนุนตักของเขาอีก ซึ่งเขาก็ตามใจมัน(อีกแล้ว)จนได้ ดวงตาสีฟ้าสดปรายตามองยังร่างบอบบางที่ไม่น่าจะทนกับการกลั่นแกล้งมากมายนี้ได้ มือหนาเอื้อมไปขยี้ไหมพรมสีทองที่สยายอยู่บนตักของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่นิ้วหนาจะเกลี่ยไรผมที่ปรกดวงหน้าหวานนั่นก่อน

ใบหน้าแกร่งเลื่อนเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว นึกอยากจะลิ้มลองกับกลีบกุหลาบสีชมพูที่แสนเอิบอิ่มนั่นเสียจริงก่อนที่จะโน้มตนลงไปประทับอย่างอ่อนโยน จุมพิศซับลงที่หน้าผากมลเป็นการแถมอีกทีแต่กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้มีทีท่าที่จะตื่นแต่อย่างใด

รุนแรง และเร่าร้อนกว่านี้ อยากจะลูบไล้ผิวกายขาวจัดที่เผยให้เห็นภายใต้ชุดนักเรียน อยากจะซับหยาดเหยื่อด้วยลิ้นนี้ อยากจะตระกองกอดร่างกายอ่อนนุ่มดุจปุยนุ่นด้วยความพิศวาส สควอโล่รู้ดีมันไม่ใช่ความใคร่ ไม่ใช่แรงตัณหา แต่หากมันเป็นอะไรที่เร่าร้อนเสียจะแผดเผาเลือดในกายให้มลายสูญ

มันคือสิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุดบนโลกอันแสนโสมมนี้ มันคือความรัก!

ฉลามหนุ่มทอดมองยังอาชาตัวจ้อยด้วยนัยน์ตาแห่งอารมณ์ ไมตรีจิตของอาชาน้อยหยิบยื่นให้มันช่างเจ็บปวด ในบัดนี้เจ้าฉลามได้รู้แล้วว่าทำไมสัตว์กินเนื้อและกระหายเลือด ผู้เป็นดั่งเจ้าแห่งห้วงสมุทรอันลึกล้ำถึงได้ยอมหยุดเสียตรงนี้ ยอมบาดเจ็บ ยอมให้เลือดต้องไหลริน ทั้งๆที่คิดว่าโลกนี้มันช่างสกปรกสิ้นดีเขากลับได้พานพบความบริสุทธิ์ที่งดงาม มันช่างเจิดจ้าและน่าครอบครอง

ความรัก ความรักเป็นสิ่งที่ช่างน่าหัวเราะ สมัยก่อนเขาคิดแบบนั้น สิ่งนี้คือสิ่งที่พวกคนลวงโลกเอาแต่พร่ำบ่นถึงกันแต่จนสุดท้ายแล้วก็ไม่มีความรักใดจะจีรัง แต่พอมาพานพบยังตนเองแล้วจึงได้รู้

ความรัก คือสิ่งที่หอมหวานแต่ทว่ากลับช่างขื่นขม ราวกับช็อตโกแลตที่กัดเข้าไปหวานแต่แฝงไปด้วยความขมและความโศกเศร้าเหลือจะอดกลั้น

ความเป็นเพื่อนที่เจ้าอาชาน้อยหยิบยื่นให้มันช่างทรมาน ทรมานราวกับจะขาดอากาศหายใจตาย ความรักคือสิ่งที่เร่าร้อน คือสิ่งที่โหยหา แต่ถึงกระนั้นเจ้าฉลามก็มิอาจจะหยิบยื่นมันให้แก่ลูกม้าที่แสนใสซื่อได้ ได้แต่คอยปกป้องอยู่ร่ำไป ไม่มีสิทธิ์แม้จะเอื้อนเอ่ยถึงความปรารถนาลับในห้วงคำนึงของตน

(คนแต่งเชียร์สควอโล่สุดใจโฮกกกก เขวี้ยง 18 ทิ้งลงพื้นได้ไหมอ้า ฉลามน้อยถนุถนอมม้าน้อยเหลือหลาย ทั้งอ่อนโยนทั้งใจดี น่ารักโฮกกกกกกก)—โดนFC XS กระซวกไส้+โดนทอนฟาถล่มหัว

ฮือ งานค้างเป็นเบือเลยคะรายงานค้าง 5 ตัวส่งก่อนสอบเสร็จแล้วอาทิตย์สอบทั้งอาทิตย์ตั้งแต่จันทร์-ศุกร์เลยคะ

แง้ๆๆ (แต่แกก็ยังมาแต่งฟิก)

ก็แหมคนเครียสนี่เนอะ

เลยอยากจะขอหายตัวไปนะคะ ฮือโบกมือบ้ายบาย แต่บล็อกนี้มันก็ร้างอยู่แล้วอ่านี่นะ

 

 

 

edit @ 19 Sep 2008 01:38:12 by ~: [V] i O l e T- M o O [N] {จอย} :~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านไปอ่านมาจนบรรทัดสุดท้าน...

ไหนอ่ะ 3P!!?
(โดนตบกระเด็นออกนอกบล็อก)

ตามอ่านอยู่จ้า~ cry

ขอเพียงมี NC17+ ไอ้ดาจะติดตามไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว แฮ่~

ปล. เรื่องสอบก็พยายามเข้านะค่า~ confused smile

#1 By ·÷±‡± Dako ±‡±÷· on 2008-09-19 18:37