[Fic vocaloid]Fascinated(มาสเตอร์xไคโตะ)ตอนจบ
posted on 03 Jan 2009 09:23 by clover74321 in Fic
อ้อมแขนอันแข็งแกร่งประคองร่างบางกว่าให้เข้ามาอยู่ในไออุ่นของตนเอง ก่อนที่จะช้อนร่างนั่นขึ้นอย่างง่ายดาย “เค้าเรียกว่าน้ำตานะไคโตะ เวลาที่คนเราดีใจหรือเสียใจมันก็จะออกมาได้”ดวงหน้างดงามเงยขึ้นสบเข้ากับสีนิลที่แตกต่างกับตนเองด้วยความไร้เดียงสา
“งั้นที่ผมมีน้ำตานี่เพราะว่าดีใจหรือเสียใจละครับมาสเตอร์ แต่ทำไมน้ำตามันเจ็บจังเลย”ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ แล้วยกมือขึ้นลูบสีน้ำเงินแห่งท้องทะเลเบาๆ
“รุ้ไหมไคโตะเธอกำลังร้องได้เพราะความเสียใจอยู่ ดังนั้นมันก็เลยเจ็บยังไงละ”เขาวางร่างบอบบางของตุ๊กตาลงบนเตียงใหญ่ “และที่เธอเจ็บนะ เป็นเพราะเจ็บที่ตรงนี้” นิ้วแกร่งชี้ลงที่หน้าอกด้านซ้ายของตุ๊กตา “เพราะเธอเจ็บที่ตรงนี้น้ำตาก็เลยไหล”
ร่างเล็กกว่าพยักหน้ารับ “แล้วจะทำยังไงมันถึงจะหยุดหรอครับมาสเตอร์” วงแขนกว้างของมาสเตอร์ตระกองกอดที่ตัวตนของเขาอย่างอบอุ่น เขาโอบมือไปกอดรับกับความอบอุ่นนั้น ...อาผมไม่อยากปล่อยมือเลยครับมาสเตอร์...ไม่อยากปล่อยมือไปจากคุณ
“ไหนลองบอกสิว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ มีอะไรอยู่ในใจของเธองั้นหรือ”
อา...มาสเตอร์...ไม่ว่าเวลาไหนคุณก็ช่างใจดีเสมอ...แต่ว่า...ความใจดีนั้นมันไม่ใช่ของผมคนเดียว
“มาสเตอร์ผมชอบมองตามมาสเตอร์ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรเวลามาสเตอร์พูดขึ้นมาไม่ว่าจะเกี่ยวกับผมไหมผมก็ชอบจะเผลอฟัง เวลาที่มาสเตอร์อยู่กับคนอื่นปมเจ็บ ผมชอบมากๆเลยเวลาที่มาสเตอร์ยิ้มให้กับผม แต่ถ้ามาสเตอร์ยิ้มให้คนอื่นผมจะรู้สึกไม่ดี แล้วก็..” มือเรียวคว้าเอามือใหญ่มาแนบแก้มนวลของตน พร้อมกับซุกใบหน้าลงไปในมือนั้น “เวลาที่มาสเตอร์สัมผัสผมรู้สึกแปลกแต่ก็ดีมากๆเลยละครับ”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอบอุ่นให้แก่ร่างเล็กที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา “แบบนั้นเขาเรียกว่าความรักไคโตะ ..ไคโตะนะรักฉัน ..รักแบบที่ไม่ใช่เจ้านายกับวอคัลลอย แต่รักแบบคนรักแบบที่เคนอ่านในหนังสือนะ”
รักงั้นหรือ...เพราะรักเลยอยากจะมองคนคนนี้ทุกเวลา...เพราะรักเลยอยากจะได้ยินเสียงของเขาทุกเมื่อ...และเพราะรักเลยอยากจะครอบครองเอาไว้แต่เพียงแต่เพียงผู้เดียวอย่างงั้นหรือ ...
“ผมต้องทำอะไรบ้างครับมาสเตอร์ ถ้าเกิดว่าผมรักมาสเตอร์แล้ว”
ไม่ทันได้ถามอะไรต่อริมฝีปากหนาก็เข้าจู่โจม ลิ้นสากอบอุ่นควานไปทั่วโพรงปาก ดุดดึงทั้งลิ้นและตามฟันของเขาอย่างเอาแต่ใจ แรงที่หนักหน่วงและรุนแรงทำเอาเด็กหนุ่มแทบจะลืมแม้วิธีการหายใจ ราวกับว่าอากาศทั้งหมดถูกช่วงชิงไป จนกระทั่งอีกฝ่ายยอมละริมฝีปากไคโตะจึงได้โอกาสตักตวงเอาอากาศเข้าสู่ปอด
ชายหนุ่มยิ้มให้กับสีหน้าระรื่นด้วยอาการรีบสูดหายใจของตุ๊กตาผู้บริสุทธิ์ “ไคโตะอยากสัมผัสฉันให้ถึงที่สุดไหม” เอ่ยถามไปเรียบแต่ก็ได้คำตอบด้วยสายตาที่แน่วแน่และการพยักหน้ารัวของเด็กหนุ่ม เขาพลักเด็กหนุ่มลงไปให้นอนราบ พร้อมทั้งค่อยๆปลดสิ่งที่รกหูรกตาออกไปเสีย
ความเย้ายวนและชวนกินจากตุ๊กตาตัวเก่ายังคงกลิ่นอายแห่งความสิเน่หามิเคยเสื่อมคลาย เรือนกายขาวนวลกระจ่างในยามต้องแสงจันทรา ดวงตาเรียวสีน้ำเงินที่สะท้อนภาพของเขาด้วยความไร้เดียงสาอย่างไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดต่อไปนี้ ผมสีน้ำเงินที่ราวกับท้องทะเลที่แสนงดงามสยายบนเตียงสีขาวขุ่น ความสมส่วนอรชรอย่างที่ไม่คาดคิกว่าจะได้เห็นจากตุ๊กตาที่เป็นชายได้เข้าสู่โสตสายตาของผู้กระทำ ยิ่งกระตุ้นอารมณ์บางอย่างให้พลุ่งพล่านอย่างห้ามไม่อยู่
“มาสเตอร์..”ไคโตะเอ่ยเบาๆด้วยความกลัวในจิตใจลึกๆของตนเอง มาสเตอร์ไม่บอกอะไรกับตนเลยว่าจะเกิดอะไรต่อไปทั้งๆที่ปกติมักจะบอกเสมอๆ “มาสเตอร์จะทำอะไรหรอครับ”
ชายผุ้ถูกเรียกว่ามาสเตอร์แย้มยิ้ม ก่อนที่จะจูบปลอบประโลมแก่ตุ๊กตาของตน “ทำให้เราทั้งสองได้เชื่อมสายสัมพันธุ์กัน และทำให้นายเป็นของฉันไงละ” ลิ้นสากเริ่มลากไล้ยังลำคอระหงแล้วลากไล้เรื่อยมาจนถึงหัวนมสีอมชมพู พลางใช้นิ้วดันและดูดด้วยความใคร่กระหาย “หรือไคโตะไม่อยากทำ ฉันจะหยุด”
“มะ..ไม่ ..ผะ..ผมจะทำ”ร่ำร้องทั้งๆที่ยังหวาดกลัวแต่ทว่าสำหรับเขาแล้วไม่ว่ามาสเตอร์จะทำการเช่นใดเขาก็จะถวายตัวรับใช้ทุกอย่าง ไม่เป็นไรหรอก...ไม่เป็นไร...เพราะมาสเตอร์นะคือคนที่เขารักที่สุด...ถึงจะรู้สึกแปลกๆแต่อีกใจก็ไม่อยากจะหยุด
“ถ้าเจ็บก็เรียกชื่อของฉันสิ”ชายหนุ่มโถมกายลงคร่อมยังร่างข้างใต้ หมายจะบดบังแม้แต่กับท้องฟ้าไม่ให้ได้จาบจ้วงมองเรือนร่างที่งดงามนอกจากตน “..คาซุฮะ..”
“คาซุฮะ?”ร้องเรียกด้วยความปิติอย่างยิ่งยวดในหัวใจดวงน้อย น้ำเสียงอันแสนหวานที่ร่ำร้องเรียกชื่อในยามนี้ช่างแตกต่างกับเสียงร้องเพลงยิ่งนัก แต่ทว่ามันก็ช่างไพเราะและเย้ายวนเขาอย่างถึงที่สุด
ภายใต้ค่ำคืนอันสลัวร่างทั้งสองร่างตระกองกอดแลกเปลี่ยนน้ำเชื่อมและไออุ่นให้แก่กันและกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย โถมความร้อนราคะให้โหมกระหน่ำด้วยความรันจวนใจ ตราบจนฟ้าสาง เสียงหอบหายใจและครวนครางที่แสนเย้ายวนก็ได้จางหายไปกับความมืดมิดอันนั้น
*************************************
นับจากวันนั้นเป็นต้นมามาสเตอร์ก็จะทำแบบเดิมๆในทุกๆคืนตลอดหากมาสเตอร์ว่าง ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ได้รังเกลียดอะไร ถึงแม้มันจะแปลกๆราวกับว่าไม่ใช่ตัวของตนเองไปบ้างแต่ผมก็พอจะมีสติรับรู้ได้ว่าตัวของผมมันตอบสนองต่อกายของมาสเตอร์เพียงใด และโหยหามันเพียงใด
ในช่วงเลาแห่งความสุขสมนั้นผมได้แต่พร่ำเฝ้าบอกรักกับมาสเตอร์ พูดซ้ำๆกันอย่างกับว่าผมเป็นเทปตกร่องที่ใช้การไม่ได้ แต่ทว่า มาสเตอร์นะไม่เคยจะพูดว่ารักผมเลยสักคำเดียว
หรือว่า....แท้จริงแล้ว...มาสเตอร์นั้นไม่เคยรักผมเลย
แล้วที่มาสเตอร์ทำกับผมมันคืออะไร ผมเคยดูในกล่องสีเหลี่ยมเคลื่อนไหวได้ เขาบอกว่าการทำเช่นนี้มันคือการให้ความรักกัน หรือว่า มาสเตอร์เพียงแค่รำคาญผมกันนะเลยทำแบบนี้...
ดวงตาสีน้ำเงินคู่นี้จ้องมองอย่างไม่วางสายตายังร่างของผู้ที่ตนรักสุดหัวใจ ร่างนั้นกำลังเทรนเสียงเพลงของหญิงสาวผู้งดงาม มอใหญ่ของเขาโอบไหล่บางของสาน้อย ก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากมลของหญิงสาว
“ทำได้ดีมากเมย์โกะ”
มาสเตอร์ครับ...ผมเจ็บจัง...แต่ผมพูดไม่ได้เพราะมาสเตอร์บอกเอาไว้ ..ว่าห้ามพูดออกไป ..มาสเตอร์บอกว่าความรู้สึกอันนี้มันน่ากลัวเกินไป...แต่มาสเตอร์ถึงยังไงๆผมก็อยากจะให้มาสเตอร์มองแต่ผมเท่านั้น...สัมผัสแต่ผม...รักแต่ผมเท่านั้นเอถะครับมาสเตอร์
ทรมาน...ทรมาน...ผมเจ็บจังเลยครับมาสเตอร์...แต่ตอนนี้น้ำตามันไม่ไหลออกมาแล้วละครับ...กลับมีบางสิ่งบงอย่างที่ผมคิดว่ามันน่ากลัวกว่านั้นเข้ามาแทนที่ครับ...มาสเตอร์
“ไคโตะ ไปกินข้าวกันเถอะนะ”เสียงใสเอ่ยอย่างน่ารัก แขนเรียวงามคล้องเข้ากับแขนที่หนากว่าของเด็กหนุ่ม เจ้าหล่อนหัวเราะคิกคักด้วยรอยยิ้มดุจเทพธิดาอันแสนงดงาม พลางลากเด็กหนุ่มสีน้ำเงินไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน “นี่ไคโตะ วันนี้มาสเตอร์บอกว่าจะกลับช้าละ ให้พวกเรากินข้าวแล้วเข้านอนได้เลย”
“งั้น..หรอ”นัยน์ตาสีน้ำเงินเรียวจ้อมองสิ่งตรงหน้าอย่างไม่วางตา มิใช่ความรู้สึกรัก มิใช่ความปรารถนา แต่หากเป็นอะไรบางอย่างที่มันลึกล้ำและน่าสะพรึนกลัวมากกว่านั้น
มาสเตอร์ครับ...มาสเตอร์..ถ้าหากสิ่งนี้หายไปแล้วละก็..มาสเตอร์ก็จะมองแต่ผมคนเดียวใช่ไหมครับ...มาสเตอร์ก็จะสัมผัสแต่ผมเพียงคนเดียว...มาสเตอร์ก็จะพูดกับผมเพียงคนเดียว....แล้วมาสเตอร์ก็จะรักเพียงแต่ผมใช่ไหมครับ
ถ้าสิ่งนี้หายไปแล้วละก็..มันคงจะดีใช่ไหมครับมาสเตอร์
********************************************************
“มาสเตอร์ครับ”ผมเอ่ยเรียกเบาๆ ตรงหน้าของผมนั้นมันไม่ใช่ความมืดมิดหรือแสงสว่างอันสุกสกาวอีกแล้ว แต่หากเป็นสีแดงชาดอันคลุ้มคลั่ง ทุกสิ่งทุอย่างมันตกอยู่ภายใต้สีเลือดที่ตราตรึง ผมสีนิลของมาสเตอร์ถูกย้อมด้วยสีเลือดอันน่าครั่นคร้าม ผิวสีแทนของมาสเตอร์แปดเปื้อนไปด้วยรอยมีดและคราบเลือด มือที่เคยสัมผัสผมอย่างเร่าร้อนมาบัดนี้มันหยุดนิ่งจมลงอยู่ใต้กองเลือดสีชาด ริมฝีปากที่เคยพูดกับผมอย่างอ่อนโยนกลับถูกฉีกกระชากจนเป็นแผนเหวอะ
ผมเอื้อมมือไปคว้าเอามือใหญ่ของมาสเตอร์ และตามคาดนิ้วที่ถูกสับจนมันตกลงมาแผละกองลงกับพื้นดิน แต่ผมไม่สนหรอกผมค่อยๆโน้มกายลงก้มบนใบหน้าที่ยังคงมีมีดทำครัวนับไม่ถ้วนปักคาอยุ่ ..อา...มาสเตอร์ครับ ...แม้แต่ร่างที่เย็นเชียบไร้วิญญานของคุณมันก็ช่างดูดี ...จุบลาสุดท้ายแห่งสองเรา
“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปทิ้งไว้บนภูเขาดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้”บางทีมาสเตอร์คงจะอยากนอน ผมในบานะวอคัลลอยด์ของมาสเตอร์จะขับกล่อมให้แก่ท่านนะครับ “เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปฝังไว้ในพุ่มไม้สวนหลังบ้านดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้”เสียงของตุ๊กตาพร่ำร้องเรียกโดยไม่มีวันรู้เลยว่าเจ้านายของตนได้หยุดการทำงานไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำกิ่งหลิวมาตีดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นสงสารมัน”ร่างบอบบางโน้มกายลงตระกองกอดคนรักสุดหัวใจท่ามกลางกองเลือดและเศษชิ้นเนื้อของเขา “เจ้านกคานาเรียลืมเพลงแล้ว หากเรานำมันขึ้นเรือสีงาช้าง วาดใบพายสีเงินนั่งชมแสงจันทร์ เจ้านกคานาเรียจะร้องเพลงได้อีกครา”...อา..มาสเตอร์ครับ...เท่านี้คุณก็มองแต่ผมใช่ไหมครับ ...เท่านี้คุณก็จะสัมผัสแต่ผม...เท่านี้คุณก็จะพูดแต่กับผม...และเท่านี้คุณก็จะรักแต่ผมใช่ไหมครับ....
เสียงเดิมๆยังคงร้องเพลงขับกล่อมมาสเตอร์ต่อไปอย่างเนิ่นนาน...ท่ามกลางเศษซากเนื้อและกองเลือด สีน้ำเงินที่งดงามราวห้วงทะเลถูกย้อมไปด้วยสีของเลือดราวกับทะเลเลือดที่บ้าคลั่ง .....
มาสเตอร์ครับ...ผมนะรักมาสเตอร์ที่สุดเลยครับ...
***************************************************
“ทำอะไรอยู่หรอคะมาสเตอร์”เสียงใสๆของเด็กหญิงเอ่ยเบาๆ เธอมีเรือนผมสีเขียวสดผูกแกละสองข้างน่ารัก ใบหน้างดงามเงยมองมาสเตอร์ของตนเอง
“วอคัลลอยด์ตัวนี้มันเสียแล้วนะสิ ทำยังไงก็ไม่ยอมหยุดร้องเพลงเลย พูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องเลย”ร่างหนาตรงหน้าก้มลงมองยังร่างบอบบางสีน้ำเงินที่มีแต่คราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ นอนทอดกายบนเตียงผ่าตัด “ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่คงต้องเอาไปแยกชิ้นส่วนแล้วโละทิ้งแล้วละ”
มาสเตอร์ครับมาสเตอร์...ผมจะร้องเพลง...มาสเตอร์นะชอบเสียงของผมใช่ไหมครับ...ชอบบทเพลงของผมใช่ไหมครับ
“แล้วทำไมพี่ชายคนนี้ถึงมีแต่คราบเลือดหรือคะ น่าสงสารคงจะเจ็บมาก”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ็นดูให้กับความใจดีของเด็กสาวตรงหน้าพลางส่งมือไปลูบไรผมสีเขียวนั้น “ดูเหมือนจะมีโจรเข้าบ้านมานะ ทั้งมาสเตอร์ของเด็กคนนี้และเพื่อนสาวของเขาก็โดนฆ่าอย่างทารุณมากเลย มีแต่ตัวเขาที่ไม่มีแม้แต่รอยแผลเลย แต่มีคราบเลือดของมาสเตอรติดเต็มไปหมดเลย”
มาสเตอร์ครับ...มาสเตอร์ครับ...ผมเป็นเด็กดีแล้วใช่ไหมครับ ..ผมทำตามที่มาสเตอร์บอกทุกอย่างแล้ว...มาสเตอร์บอกให้ผมไปแอบอยู่ในห้องใต้ดินห้ามออกมาจนกว่าทุกอย่างจะเงียบ...ผมก็ทำตามแล้วครับในวันนั้นที่มาสเตอร์บอกผม
“เร็วเข้าไคโตะ”ร่างใหญ่ดึงแขนของสิ่งที่เขาห่วงหาที่สุดเข้ามาแล้วพลักลงไปในรูเล็กๆที่ถูกบดบังด้วยพรมเช็ดเท้า “เป็นเด็กดีอยู่ในนี้นะไคโตะ อย่าส่งเสียงเด็ดขาดเลยนะ สัญญากับฉันสิว่าจะไม่ออกมาจนกว่าข้างนอกจะเงียบ ไม่ว่าได้ยินก็ไม่ออกมานะ”
ร่างบางพยักหน้าก่อนที่จะช้อนตามองสิ่งสำคัญของตน “ถ้าผมเป็นเด็กดีมาสเตอร์จะรักผมไหมครับ มาสเตอร์จะกลับมาหาผมไหมครับ”
ร่างสูงประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากเอิบอิ่ม ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยความอ่อนโยน “รักสิ รักที่สุดเลยไคโตะ แล้วฉันก็จะคอยอยู่ข้างๆเอต่อไปด้วยนับจากนี้”พูดจบก็ปิดมันลงอย่างดังเดิมก่อนที่จะเดินไปเจอกับตุ๊กตาอีกตัว ดวงหน้าแกร่งซบลงพลางคว้าเอาตัวหญิงสาวมากอด “ขอโทษนะที่นั่นมันซ่อนได้เพียงคนเดียว”
“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปทิ้งไว้บนภูเขาดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้
เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปฝังไว้ในพุ่มไม้สวนหลังบ้านดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้”เสียงเพลงที่เปล่งออกมาอย่างไม่มีวันหยุด ร้องต่อไปเรื่อยๆ
มาสเตอร์ครับ...มาสเตอร์ครับ ...ผมเป็นเด็กดีแล้วใช่ไหมครับ...มาสเตอร์ก็คงจะรักผมและกลับมาหาผมใช่ไหมครับ...มาสเตอร์ครับ....ผมจะร้องเพลงนะครับมาสเตอร์...ร้องเพลงที่มาสเตอร์ชอบ...เพื่อรอคอยแต่คุณเท่านั้น....
“สงสัยคงจะซ่อมไม่ได้แล้วละต้องโละทิ้งอยางเดียว”
มาสเตอร์ครับมาสเตอร์....ผมคิดถึงคุณ...ผมโหยหาคุณ....ผมรักคุณที่สุดครับมาสเตอร์
แคร่ก.....แคร่กๆ
ปิ๊ดดดดด..........ฝุ่บ
The End
“งั้นที่ผมมีน้ำตานี่เพราะว่าดีใจหรือเสียใจละครับมาสเตอร์ แต่ทำไมน้ำตามันเจ็บจังเลย”ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ แล้วยกมือขึ้นลูบสีน้ำเงินแห่งท้องทะเลเบาๆ
“รุ้ไหมไคโตะเธอกำลังร้องได้เพราะความเสียใจอยู่ ดังนั้นมันก็เลยเจ็บยังไงละ”เขาวางร่างบอบบางของตุ๊กตาลงบนเตียงใหญ่ “และที่เธอเจ็บนะ เป็นเพราะเจ็บที่ตรงนี้” นิ้วแกร่งชี้ลงที่หน้าอกด้านซ้ายของตุ๊กตา “เพราะเธอเจ็บที่ตรงนี้น้ำตาก็เลยไหล”
ร่างเล็กกว่าพยักหน้ารับ “แล้วจะทำยังไงมันถึงจะหยุดหรอครับมาสเตอร์” วงแขนกว้างของมาสเตอร์ตระกองกอดที่ตัวตนของเขาอย่างอบอุ่น เขาโอบมือไปกอดรับกับความอบอุ่นนั้น ...อาผมไม่อยากปล่อยมือเลยครับมาสเตอร์...ไม่อยากปล่อยมือไปจากคุณ
“ไหนลองบอกสิว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ มีอะไรอยู่ในใจของเธองั้นหรือ”
อา...มาสเตอร์...ไม่ว่าเวลาไหนคุณก็ช่างใจดีเสมอ...แต่ว่า...ความใจดีนั้นมันไม่ใช่ของผมคนเดียว
“มาสเตอร์ผมชอบมองตามมาสเตอร์ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรเวลามาสเตอร์พูดขึ้นมาไม่ว่าจะเกี่ยวกับผมไหมผมก็ชอบจะเผลอฟัง เวลาที่มาสเตอร์อยู่กับคนอื่นปมเจ็บ ผมชอบมากๆเลยเวลาที่มาสเตอร์ยิ้มให้กับผม แต่ถ้ามาสเตอร์ยิ้มให้คนอื่นผมจะรู้สึกไม่ดี แล้วก็..” มือเรียวคว้าเอามือใหญ่มาแนบแก้มนวลของตน พร้อมกับซุกใบหน้าลงไปในมือนั้น “เวลาที่มาสเตอร์สัมผัสผมรู้สึกแปลกแต่ก็ดีมากๆเลยละครับ”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอบอุ่นให้แก่ร่างเล็กที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา “แบบนั้นเขาเรียกว่าความรักไคโตะ ..ไคโตะนะรักฉัน ..รักแบบที่ไม่ใช่เจ้านายกับวอคัลลอย แต่รักแบบคนรักแบบที่เคนอ่านในหนังสือนะ”
รักงั้นหรือ...เพราะรักเลยอยากจะมองคนคนนี้ทุกเวลา...เพราะรักเลยอยากจะได้ยินเสียงของเขาทุกเมื่อ...และเพราะรักเลยอยากจะครอบครองเอาไว้แต่เพียงแต่เพียงผู้เดียวอย่างงั้นหรือ ...
“ผมต้องทำอะไรบ้างครับมาสเตอร์ ถ้าเกิดว่าผมรักมาสเตอร์แล้ว”
ไม่ทันได้ถามอะไรต่อริมฝีปากหนาก็เข้าจู่โจม ลิ้นสากอบอุ่นควานไปทั่วโพรงปาก ดุดดึงทั้งลิ้นและตามฟันของเขาอย่างเอาแต่ใจ แรงที่หนักหน่วงและรุนแรงทำเอาเด็กหนุ่มแทบจะลืมแม้วิธีการหายใจ ราวกับว่าอากาศทั้งหมดถูกช่วงชิงไป จนกระทั่งอีกฝ่ายยอมละริมฝีปากไคโตะจึงได้โอกาสตักตวงเอาอากาศเข้าสู่ปอด
ชายหนุ่มยิ้มให้กับสีหน้าระรื่นด้วยอาการรีบสูดหายใจของตุ๊กตาผู้บริสุทธิ์ “ไคโตะอยากสัมผัสฉันให้ถึงที่สุดไหม” เอ่ยถามไปเรียบแต่ก็ได้คำตอบด้วยสายตาที่แน่วแน่และการพยักหน้ารัวของเด็กหนุ่ม เขาพลักเด็กหนุ่มลงไปให้นอนราบ พร้อมทั้งค่อยๆปลดสิ่งที่รกหูรกตาออกไปเสีย
ความเย้ายวนและชวนกินจากตุ๊กตาตัวเก่ายังคงกลิ่นอายแห่งความสิเน่หามิเคยเสื่อมคลาย เรือนกายขาวนวลกระจ่างในยามต้องแสงจันทรา ดวงตาเรียวสีน้ำเงินที่สะท้อนภาพของเขาด้วยความไร้เดียงสาอย่างไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดต่อไปนี้ ผมสีน้ำเงินที่ราวกับท้องทะเลที่แสนงดงามสยายบนเตียงสีขาวขุ่น ความสมส่วนอรชรอย่างที่ไม่คาดคิกว่าจะได้เห็นจากตุ๊กตาที่เป็นชายได้เข้าสู่โสตสายตาของผู้กระทำ ยิ่งกระตุ้นอารมณ์บางอย่างให้พลุ่งพล่านอย่างห้ามไม่อยู่
“มาสเตอร์..”ไคโตะเอ่ยเบาๆด้วยความกลัวในจิตใจลึกๆของตนเอง มาสเตอร์ไม่บอกอะไรกับตนเลยว่าจะเกิดอะไรต่อไปทั้งๆที่ปกติมักจะบอกเสมอๆ “มาสเตอร์จะทำอะไรหรอครับ”
ชายผุ้ถูกเรียกว่ามาสเตอร์แย้มยิ้ม ก่อนที่จะจูบปลอบประโลมแก่ตุ๊กตาของตน “ทำให้เราทั้งสองได้เชื่อมสายสัมพันธุ์กัน และทำให้นายเป็นของฉันไงละ” ลิ้นสากเริ่มลากไล้ยังลำคอระหงแล้วลากไล้เรื่อยมาจนถึงหัวนมสีอมชมพู พลางใช้นิ้วดันและดูดด้วยความใคร่กระหาย “หรือไคโตะไม่อยากทำ ฉันจะหยุด”
“มะ..ไม่ ..ผะ..ผมจะทำ”ร่ำร้องทั้งๆที่ยังหวาดกลัวแต่ทว่าสำหรับเขาแล้วไม่ว่ามาสเตอร์จะทำการเช่นใดเขาก็จะถวายตัวรับใช้ทุกอย่าง ไม่เป็นไรหรอก...ไม่เป็นไร...เพราะมาสเตอร์นะคือคนที่เขารักที่สุด...ถึงจะรู้สึกแปลกๆแต่อีกใจก็ไม่อยากจะหยุด
“ถ้าเจ็บก็เรียกชื่อของฉันสิ”ชายหนุ่มโถมกายลงคร่อมยังร่างข้างใต้ หมายจะบดบังแม้แต่กับท้องฟ้าไม่ให้ได้จาบจ้วงมองเรือนร่างที่งดงามนอกจากตน “..คาซุฮะ..”
“คาซุฮะ?”ร้องเรียกด้วยความปิติอย่างยิ่งยวดในหัวใจดวงน้อย น้ำเสียงอันแสนหวานที่ร่ำร้องเรียกชื่อในยามนี้ช่างแตกต่างกับเสียงร้องเพลงยิ่งนัก แต่ทว่ามันก็ช่างไพเราะและเย้ายวนเขาอย่างถึงที่สุด
ภายใต้ค่ำคืนอันสลัวร่างทั้งสองร่างตระกองกอดแลกเปลี่ยนน้ำเชื่อมและไออุ่นให้แก่กันและกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย โถมความร้อนราคะให้โหมกระหน่ำด้วยความรันจวนใจ ตราบจนฟ้าสาง เสียงหอบหายใจและครวนครางที่แสนเย้ายวนก็ได้จางหายไปกับความมืดมิดอันนั้น
*************************************
นับจากวันนั้นเป็นต้นมามาสเตอร์ก็จะทำแบบเดิมๆในทุกๆคืนตลอดหากมาสเตอร์ว่าง ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ได้รังเกลียดอะไร ถึงแม้มันจะแปลกๆราวกับว่าไม่ใช่ตัวของตนเองไปบ้างแต่ผมก็พอจะมีสติรับรู้ได้ว่าตัวของผมมันตอบสนองต่อกายของมาสเตอร์เพียงใด และโหยหามันเพียงใด
ในช่วงเลาแห่งความสุขสมนั้นผมได้แต่พร่ำเฝ้าบอกรักกับมาสเตอร์ พูดซ้ำๆกันอย่างกับว่าผมเป็นเทปตกร่องที่ใช้การไม่ได้ แต่ทว่า มาสเตอร์นะไม่เคยจะพูดว่ารักผมเลยสักคำเดียว
หรือว่า....แท้จริงแล้ว...มาสเตอร์นั้นไม่เคยรักผมเลย
แล้วที่มาสเตอร์ทำกับผมมันคืออะไร ผมเคยดูในกล่องสีเหลี่ยมเคลื่อนไหวได้ เขาบอกว่าการทำเช่นนี้มันคือการให้ความรักกัน หรือว่า มาสเตอร์เพียงแค่รำคาญผมกันนะเลยทำแบบนี้...
ดวงตาสีน้ำเงินคู่นี้จ้องมองอย่างไม่วางสายตายังร่างของผู้ที่ตนรักสุดหัวใจ ร่างนั้นกำลังเทรนเสียงเพลงของหญิงสาวผู้งดงาม มอใหญ่ของเขาโอบไหล่บางของสาน้อย ก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากมลของหญิงสาว
“ทำได้ดีมากเมย์โกะ”
มาสเตอร์ครับ...ผมเจ็บจัง...แต่ผมพูดไม่ได้เพราะมาสเตอร์บอกเอาไว้ ..ว่าห้ามพูดออกไป ..มาสเตอร์บอกว่าความรู้สึกอันนี้มันน่ากลัวเกินไป...แต่มาสเตอร์ถึงยังไงๆผมก็อยากจะให้มาสเตอร์มองแต่ผมเท่านั้น...สัมผัสแต่ผม...รักแต่ผมเท่านั้นเอถะครับมาสเตอร์
ทรมาน...ทรมาน...ผมเจ็บจังเลยครับมาสเตอร์...แต่ตอนนี้น้ำตามันไม่ไหลออกมาแล้วละครับ...กลับมีบางสิ่งบงอย่างที่ผมคิดว่ามันน่ากลัวกว่านั้นเข้ามาแทนที่ครับ...มาสเตอร์
“ไคโตะ ไปกินข้าวกันเถอะนะ”เสียงใสเอ่ยอย่างน่ารัก แขนเรียวงามคล้องเข้ากับแขนที่หนากว่าของเด็กหนุ่ม เจ้าหล่อนหัวเราะคิกคักด้วยรอยยิ้มดุจเทพธิดาอันแสนงดงาม พลางลากเด็กหนุ่มสีน้ำเงินไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน “นี่ไคโตะ วันนี้มาสเตอร์บอกว่าจะกลับช้าละ ให้พวกเรากินข้าวแล้วเข้านอนได้เลย”
“งั้น..หรอ”นัยน์ตาสีน้ำเงินเรียวจ้อมองสิ่งตรงหน้าอย่างไม่วางตา มิใช่ความรู้สึกรัก มิใช่ความปรารถนา แต่หากเป็นอะไรบางอย่างที่มันลึกล้ำและน่าสะพรึนกลัวมากกว่านั้น
มาสเตอร์ครับ...มาสเตอร์..ถ้าหากสิ่งนี้หายไปแล้วละก็..มาสเตอร์ก็จะมองแต่ผมคนเดียวใช่ไหมครับ...มาสเตอร์ก็จะสัมผัสแต่ผมเพียงคนเดียว...มาสเตอร์ก็จะพูดกับผมเพียงคนเดียว....แล้วมาสเตอร์ก็จะรักเพียงแต่ผมใช่ไหมครับ
ถ้าสิ่งนี้หายไปแล้วละก็..มันคงจะดีใช่ไหมครับมาสเตอร์
********************************************************
“มาสเตอร์ครับ”ผมเอ่ยเรียกเบาๆ ตรงหน้าของผมนั้นมันไม่ใช่ความมืดมิดหรือแสงสว่างอันสุกสกาวอีกแล้ว แต่หากเป็นสีแดงชาดอันคลุ้มคลั่ง ทุกสิ่งทุอย่างมันตกอยู่ภายใต้สีเลือดที่ตราตรึง ผมสีนิลของมาสเตอร์ถูกย้อมด้วยสีเลือดอันน่าครั่นคร้าม ผิวสีแทนของมาสเตอร์แปดเปื้อนไปด้วยรอยมีดและคราบเลือด มือที่เคยสัมผัสผมอย่างเร่าร้อนมาบัดนี้มันหยุดนิ่งจมลงอยู่ใต้กองเลือดสีชาด ริมฝีปากที่เคยพูดกับผมอย่างอ่อนโยนกลับถูกฉีกกระชากจนเป็นแผนเหวอะ
ผมเอื้อมมือไปคว้าเอามือใหญ่ของมาสเตอร์ และตามคาดนิ้วที่ถูกสับจนมันตกลงมาแผละกองลงกับพื้นดิน แต่ผมไม่สนหรอกผมค่อยๆโน้มกายลงก้มบนใบหน้าที่ยังคงมีมีดทำครัวนับไม่ถ้วนปักคาอยุ่ ..อา...มาสเตอร์ครับ ...แม้แต่ร่างที่เย็นเชียบไร้วิญญานของคุณมันก็ช่างดูดี ...จุบลาสุดท้ายแห่งสองเรา
“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปทิ้งไว้บนภูเขาดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้”บางทีมาสเตอร์คงจะอยากนอน ผมในบานะวอคัลลอยด์ของมาสเตอร์จะขับกล่อมให้แก่ท่านนะครับ “เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปฝังไว้ในพุ่มไม้สวนหลังบ้านดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้”เสียงของตุ๊กตาพร่ำร้องเรียกโดยไม่มีวันรู้เลยว่าเจ้านายของตนได้หยุดการทำงานไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำกิ่งหลิวมาตีดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นสงสารมัน”ร่างบอบบางโน้มกายลงตระกองกอดคนรักสุดหัวใจท่ามกลางกองเลือดและเศษชิ้นเนื้อของเขา “เจ้านกคานาเรียลืมเพลงแล้ว หากเรานำมันขึ้นเรือสีงาช้าง วาดใบพายสีเงินนั่งชมแสงจันทร์ เจ้านกคานาเรียจะร้องเพลงได้อีกครา”...อา..มาสเตอร์ครับ...เท่านี้คุณก็มองแต่ผมใช่ไหมครับ ...เท่านี้คุณก็จะสัมผัสแต่ผม...เท่านี้คุณก็จะพูดแต่กับผม...และเท่านี้คุณก็จะรักแต่ผมใช่ไหมครับ....
เสียงเดิมๆยังคงร้องเพลงขับกล่อมมาสเตอร์ต่อไปอย่างเนิ่นนาน...ท่ามกลางเศษซากเนื้อและกองเลือด สีน้ำเงินที่งดงามราวห้วงทะเลถูกย้อมไปด้วยสีของเลือดราวกับทะเลเลือดที่บ้าคลั่ง .....
มาสเตอร์ครับ...ผมนะรักมาสเตอร์ที่สุดเลยครับ...
***************************************************
“ทำอะไรอยู่หรอคะมาสเตอร์”เสียงใสๆของเด็กหญิงเอ่ยเบาๆ เธอมีเรือนผมสีเขียวสดผูกแกละสองข้างน่ารัก ใบหน้างดงามเงยมองมาสเตอร์ของตนเอง
“วอคัลลอยด์ตัวนี้มันเสียแล้วนะสิ ทำยังไงก็ไม่ยอมหยุดร้องเพลงเลย พูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องเลย”ร่างหนาตรงหน้าก้มลงมองยังร่างบอบบางสีน้ำเงินที่มีแต่คราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ นอนทอดกายบนเตียงผ่าตัด “ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่คงต้องเอาไปแยกชิ้นส่วนแล้วโละทิ้งแล้วละ”
มาสเตอร์ครับมาสเตอร์...ผมจะร้องเพลง...มาสเตอร์นะชอบเสียงของผมใช่ไหมครับ...ชอบบทเพลงของผมใช่ไหมครับ
“แล้วทำไมพี่ชายคนนี้ถึงมีแต่คราบเลือดหรือคะ น่าสงสารคงจะเจ็บมาก”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ็นดูให้กับความใจดีของเด็กสาวตรงหน้าพลางส่งมือไปลูบไรผมสีเขียวนั้น “ดูเหมือนจะมีโจรเข้าบ้านมานะ ทั้งมาสเตอร์ของเด็กคนนี้และเพื่อนสาวของเขาก็โดนฆ่าอย่างทารุณมากเลย มีแต่ตัวเขาที่ไม่มีแม้แต่รอยแผลเลย แต่มีคราบเลือดของมาสเตอรติดเต็มไปหมดเลย”
มาสเตอร์ครับ...มาสเตอร์ครับ...ผมเป็นเด็กดีแล้วใช่ไหมครับ ..ผมทำตามที่มาสเตอร์บอกทุกอย่างแล้ว...มาสเตอร์บอกให้ผมไปแอบอยู่ในห้องใต้ดินห้ามออกมาจนกว่าทุกอย่างจะเงียบ...ผมก็ทำตามแล้วครับในวันนั้นที่มาสเตอร์บอกผม
“เร็วเข้าไคโตะ”ร่างใหญ่ดึงแขนของสิ่งที่เขาห่วงหาที่สุดเข้ามาแล้วพลักลงไปในรูเล็กๆที่ถูกบดบังด้วยพรมเช็ดเท้า “เป็นเด็กดีอยู่ในนี้นะไคโตะ อย่าส่งเสียงเด็ดขาดเลยนะ สัญญากับฉันสิว่าจะไม่ออกมาจนกว่าข้างนอกจะเงียบ ไม่ว่าได้ยินก็ไม่ออกมานะ”
ร่างบางพยักหน้าก่อนที่จะช้อนตามองสิ่งสำคัญของตน “ถ้าผมเป็นเด็กดีมาสเตอร์จะรักผมไหมครับ มาสเตอร์จะกลับมาหาผมไหมครับ”
ร่างสูงประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากเอิบอิ่ม ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยความอ่อนโยน “รักสิ รักที่สุดเลยไคโตะ แล้วฉันก็จะคอยอยู่ข้างๆเอต่อไปด้วยนับจากนี้”พูดจบก็ปิดมันลงอย่างดังเดิมก่อนที่จะเดินไปเจอกับตุ๊กตาอีกตัว ดวงหน้าแกร่งซบลงพลางคว้าเอาตัวหญิงสาวมากอด “ขอโทษนะที่นั่นมันซ่อนได้เพียงคนเดียว”
“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปทิ้งไว้บนภูเขาดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้
เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอ๋ย ข้าจะนำไปฝังไว้ในพุ่มไม้สวนหลังบ้านดีหรือไม่ ไม่ดี ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้”เสียงเพลงที่เปล่งออกมาอย่างไม่มีวันหยุด ร้องต่อไปเรื่อยๆ
มาสเตอร์ครับ...มาสเตอร์ครับ ...ผมเป็นเด็กดีแล้วใช่ไหมครับ...มาสเตอร์ก็คงจะรักผมและกลับมาหาผมใช่ไหมครับ...มาสเตอร์ครับ....ผมจะร้องเพลงนะครับมาสเตอร์...ร้องเพลงที่มาสเตอร์ชอบ...เพื่อรอคอยแต่คุณเท่านั้น....
“สงสัยคงจะซ่อมไม่ได้แล้วละต้องโละทิ้งอยางเดียว”
มาสเตอร์ครับมาสเตอร์....ผมคิดถึงคุณ...ผมโหยหาคุณ....ผมรักคุณที่สุดครับมาสเตอร์
แคร่ก.....แคร่กๆ
ปิ๊ดดดดด..........ฝุ่บ
The End
edit @ 3 Jan 2009 09:24:30 by ~: [V] i O l e T- M o O [N] {จอย} :~
#1 By Vee on 2009-01-03 16:44