มนุษย์
มนุษย์คือสัตว์ประเสริฐ..ประเสริฐล้ำเลอเหนือยิ่งสรรพสัตว์ใดๆในโลกนี้..
หากแต่..มนุษย์นะประเสริฐจริงหรือ..จริงๆงั้นหรือ
สัตว์เลื้อยคลานเจ้าเอยได้เพียงคลานไปรอบๆ..แต่ตัวข้านั้นกลับมีสองเท้าเดิน..เพียงแค่นั้นก็ยกยอเป็นสัตว์ประเสริฐแล้วหรือ..
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม..ไม่ว่าเจ้าจะคืบคลานแลโบยบินเป็นสกุนาบนฟากฟากสีคราม..หรือเจ้าจะว่ายเวียนในกระสาชลอันเชี่ยวกราดก็ยังมีความเป็นสัตว์ประเสริญ..
มนุษย์คือสัตว์ที่ฉลาดหลักแหลมที่สุดบนโลกานี้..
มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจและประเสริฐสุดแสนพิภพ..
เช่นนั้นจริงๆหรือ
น้ำตาหยดโตนี้กำลังรินไหลด้วยเนื่องอันใดอยู่เล่า...
พยักษีหาญกล้าเจ้าแห่งสัตว์ป่าผู้ด้อยกว่าเหล้ามนุษย์ล่าเพียงเพื่อประทังหิว..
แล้วใยซากศพที่รายล้อมมากมายเจ้ามนุษย์นี่คือเพียงเพื่อหิวหรือ..
ใยเจ้าถึงกระหายได้ถึงเพียงนี้..ล่าเหล่าเพื่อนพ้องร่วมโลกมาเพื่อเติมเต็มตัณหาของตน..มิใช่เพียงเพื่อประทังชีวี..
กระหายเหลือเกิน..ขนสัตว์ที่เมื่อครั้นเบื่อแล้วก็ทิ้งอย่างไร้ค่า..
กระหายเหลือเกินยังทรัพย์สินที่แลกด้วยหยาดเลือดของเหล่าสัตว์ที่ไม่ประเสริฐเท่าเจ้า..
สัตว์นั้นมีจิตใจอันสูงส่งไม่เท่าเพียงมนุษย์?..
นกนางแอ่นเจ้าเอยเจ้ารักยังครอบครัวอันหรรษายอมเสียน้ำลายเติมเต็มรังให้ผุ้ที่เจ้ารักได้อยู่อย่างสุขสบาย..
กล่อมเกลี้ยงลูกน้อยให้เติบโตแต่เจ้ากลับโดนพรากรังไปเสียก่อนจะวางใจจากน้ำมือของสัตว์ที่สูงส่งกว่าเจ้า
รังแล้วรังเล่าเสียจนไม่เหลือยังน้ำลายให้แก่ลูกน้อย..โศกเศร้าโศกาจนหลั่งเลือดเพียงเพื่อให้คนรักได้มีที่อยู่..
เลือดที่เจ้าหยาดหยดกลับถูกพรากด้วยเห็นเป้นของกินที่มีค่า..ก็เพียงเพื่อบำรุงยังตน..มิได้แลยังความสงสารแก่เจ้าแม้แต่น้อย..
แล้วนกนางแอ่นกับลูกน้อยนั่นเล่าจะมีใครสนใจบ้างไหม...
มนุษย์นั้นไซร้รักยังเหล่าทายาทของตน..จริงหรือ..
รักอันแสนเร่ร้อนได้ถูกตราตรึงเพียงชั่วครู่ทิ้งไว้เพียงของที่ไม่ต้องการในท้องน้อย..
เจ้ามันคือของที่ไม่ต้องการ..เกิดมาก็มีความผิดเสียแล้ว..ความผิดที่เกิดมา..
ชีวิตอันบริสุทธิ์มีมลทินเสียแล้ว..เพราะเจ้ามันไม่สมควรเกิดมา..ทำทุกสิ่งทุกอย่างขับไล่ของไม่ต้องการนี้ไปซะ..
รีดเร้นสิ่งที่มิได้องการโยนทิ้งยังถังขยะ..ถังขยะมันคือขยะ..เสียงร้องไห้และกรีดร้องที่เรียกร้องสิทธิกลับส่งไปถึงเหล่าผู้ทอดทิ้ง
เพราะเป็นสิ่งไม่ต้องการ..ไม่ต้องการ..ไม่มีสิทธิอันใดบนโลกบนนี้..
คราหนึ่งมองไปยังบนท้องถนนอันแสนสกปรกชีวิตอันโสมมถูกดำรง..
สัตว์สี่เท้าที่โดนเจ้านายทอดทิ้งให้มาอยู่บนพื้นอันไม่คุ้นเคย..
เจ้าเองก็ถูกทอดทิ้งเช่นเดียวกัน..เพราะไม่น่ารักเสียแล้ว..ทั้งๆที่ตอนแรกรักใคร่กล่อมเกลียวถึงเพียงนี้
ชีวิตหนึ่งพานพบยังเจ้านายครองความซื่อสัตว์เสียจนชีวิตจะหาไม่..ภักดีแต่ท่านเท่านั้น..แล้วใยเล่าถึงทอดทิ้งข้าให้ตรอมตรม
มีชีวิตอย่างน่าอดสู..ล่องลอยไปกลับถูกรังแกคืนแล้วคืนเล่า..บางวันอดยากเหลือเกิน
แต่กระนั้น..ก็ยังมีชีวิตอย่างเข้มแข็ง
ประคองยังลูกรักในท้องสุดแสนห่วงหา...รักเจ้าเหลือเกินแม้ว่าจะไม่มีอันใดกิน..แม้ว่าจะไม่ได้เกิดมาเพราะความรัก..แต่รักเหลือเกิน..จะถนอมกล่อมเกลี้ยงให้เติบใหญ่แม้ชีวิตนี้จะสมควรตายก็ตามที..
ทว่าฟ้ากลับวิปโยก..สัตว์ชั้นสูงกลับมาพรากเราสองแม่ลูกไป..ดึงทึ้งเอาไปเล่นใยไร้ชีวีแล้วถึงปลดปล่อย..บางตนช้ำมือจนตาย..บางตนติดกลิ่นมนุษย์จนผู้เป็นแม่ตามหาไม่เจอ..ได้แต่ร่ำไห้ท่ามกลางถนนอันเวิ้งว้าง..ร่ำร้องเพรียกหายังลูกตน
โอ้ใยเจ้าถึงรักกล่อมเกลี้ยงยังของที่ไม่ต้องการถึงเพียงนี้..เต็มใจหรือก็ไม่ใช่..แต่ใยจึงรักยิ่งนัก..เพราะนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไข.
แม้ตอนแรกจะถูกบังคับแลข่มขื่นแต่กระนั้นก็รักยิ่งนัก..แม้จะยังไงพวกเขาก็คือสิ่งล่อเลี้ยงชีวี..
ยังไงกันแน่นะ..มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตประเสริฐ..
เหล่าสัตว์ป่าผู้ถูกขนานนามว่าป่าเถื่อนอันโหดร้ายเอาแต่ไล่ฆ่ากันอย่างไร้เหตุผล..
แต่กระนั้นก็ทำไปเพื่อดำรงตนอยู่ยังโลกใบนี้..
แต่สัตว์ผู้สูงส่งยิ่งกว่าพวกมันเล่า..ทำอันกัน..
ฆ่าพวกเดียวกัน..ทรยศ..หักหลัง...
ทั้งๆที่ตอนแรกรักกันดุจปานจะกลืนกินเพียงผิดใจกันแค่ชั่ววูบกลับกลายเป้นซากไร้วิญญาณอยู่ใต้ดินอันเย็นเฉียบ
สงคราม..การปฏิวัติ..ซ้ำซากไปมา..คร่าชีวิตไปกี่รายต่อรายเล่า..
เพื่ออะไรกัน..
เพื่อดำรงตนหรือ..เพียงแค่นั้น..โลหิตที่หลั่งรินมันจะมากไปไหม
แต่น่าหัวร่อนัก..สิ่งที่พวกเขาทำมิใช่เพื่อดำรงอยู่แต่หากเพื่อเติมเต็มความกระหายอันโลภมาก..
อยากในเงินตราที่ไม่มีค่าอันใด
ละโมบในสิ่งที่เรียกว่าอำนาจอันไร้ตัวตน
กระหายยังทรัพย์สินอำนาจที่ไม่มีที่สิ้นสุดราวกับทรายอันแห้งแล้งที่ได้สายชลเท่าไรก็ไม่เคยถมได้เต็ม..
ดิ้นรน..ในโชคชะตาสีเลือดอันบาปนี้สิ..
มนุษย์คือสิ่งชีวิตที่ฉลากเลอล้ำยิ่งกว่ามวลสัตว์ใดๆ..จริงหรือ?
พัฒนายังอาวุธที่เข่นฆ่าได้ไว..ทิ้งไว้เพียงโรคร้ายที่ไม่หยุดยั้ง..
บอดเบือนยังธรรมชาติที่ล่อเลี้ยงยังพวกเรา..
ปลดปล่อยยังมลพิษที่เข่นฆ่ายังโลกาให้มอดไหม้..ภัยวิปโยกนานา..เกิดจากธรรมชาติจริงหรือ...
ผลิตยังสิ่งอำนายความสะดวกสบายเลิศหรูซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
มนุษย์ต้องใช้เครื่องมือในการบอกแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติ ..แต่สัตว์กลับใช้เพียงสัญชาติญาณ..
มนุษย์ต้องทานเพียงของรสอร่อยเลิศหรูแต่สัตว์ตัวจ้อยต้องการเพียงผืนหญ้าที่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยสารเคมี...
มุนษย์ต้องใช้สารเคมีเพื่อกำจัดส่งที่ไม่ต้องการหากแต่พืชพรรณที่เติบโตโดยธรรมชาติกลับต้องการเพียงกสุนาที่คอยปัดเป่าแมลงร้าย...
ดูสิ...ได้ยินไหม..เสียง่ำไห้ของโลกใบนี้..
หญิงสาวผู้งดงามเลอค่ายิ่งล้ำยิงกว่ามวลใดๆทั้งมวล..ดวงตาอันงดงามของเธอคือธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ร่างระหงของเธอคือที่อยู่อาศัยด้วยความอาทรณ์ที่ยิ่งใหญ่...
เธอกรีดร้อง..สุดเสียง...ดวงตาของเธอมืดบอดไปเสียแล้ว...ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรณ์ที่ไม่มีวันรักษาหาย..
ภายในเน่าเฟอะด้วยสารเคมีที่ต้องโรคร้าย..เจ็บปวดยิ่งเล่ากว่ามะเร็งร้ายที่คร่าชีวิต..
เธอร่ำไห้..ร่ำร้องอย่างน่าสงสาร..น้ำตาใสไหลทุกหยาดหยด...
ลูกๆของเธอลืมเธอไปเสียแล้ว..
ลูกที่เธอยอมทอดกายให้อาศัยกลับทำร้ายเธอถึงเพียงนี้
ลูกๆที่แสนรักยิ่งกลับเชือดเฉือนเนื้อเธอแล่เอาไปอย่างร้ายกาจ
เจ็บ..เจ็บ..ยิ่งนัก..แต่กระนั้นเธอก็ยังรัก..
รักกล่อมเกลี้ยงยังผู้ที่ทำร้ายเธอด้วยความหฤโหด
รักในตัวตนเหล่านั้นแม้เธอจะเห็นยังความโง่เขลาที่ทำร้ายเพื่อนพ้องและตัวตนของเธอ..
แต่กระนั้นก็ยังรัก.....แต่ลูกๆเล่ากลับไม่รักเธอเอาเสียเลย
ร่ำไห้อยู่ชั่วกับชั่วกรรณ..แต่กระนั้นกลับมิมีเลย..ไม่มีผู้ใดจะฟังเสียงร่ำไห้ของเธอเลยแม้แต่น้อย...
หยาดหยดน้ำตาก่อมวลเป็นคลื่นน้ำ...ถาโถมยังมนุษย์หน้าโง่...
ความเร่าร้อนดั่งไฟสุมทรวงตอกกลับยังผืนดินของผุ้ทำลาย
เสียงกรีด้องแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนที่พาเอาน้ำแข็งหลอมละลาย
เอาละ..จะหยุดได้หรือยัง..ก่อนที่หยาดน้ำตาของแม่จะท่วมท้นโลกาใบนี้
ชะล้างสิ่งสกปรกที่สุดบนผืนแผ่นดิน
สิ่งมีชิตที่เรียกว่ามนุษย์นะ?..
นี่..มนุษย์นะ..คือสัตว์ประเสริฐจริงๆหรือ...
นี่..คิดว่า..สมควรรีเซ็ตดีไหม..หึ