[Fic TRC]meteor
posted on 28 Dec 2007 19:26 by clover74321 in Ficฟิกคริสมาสย้อนหลังได้ไหมอะ
แบบว่าสอบมา 2 อาทิตย์ไม่ได้ทำอะไรเลยเอาแต่อ่านสือ(การ์ตูน)+หนังสือเรียน
พอมารุ้ตัวอีกทีก็ปาไปวันนี้แล้ว
เพิ่งสอบเสร็จวันที่ 29 เองคะ T_T
อยากแต่งคริสมาสอะ คราวที่แล้วก็สอบช่วงคริสมาสอีกแล้วเลยได้แต่งแต่ฟิกปีใหม่ แต่อยากอะ อยากแต่งฟิกคริสมาส
ถึงจะหลงฤดูไปหน่อยก็ขอฝากไว้หน่อยละกันคะ T_T ฮือมาหลงฤดูอีกแล้วเรา
คู่-ไฟย์/ยูยย์
ดูเหมือนจะไม่วาย(รึเปล่า)
พลังโชตะ
-*Meteor*- หากสามารถขอพรเพียงหนึ่งเดียวจากดวงดาวอันลาลับได้จะขออะไรกันนะวันแห่งพระผู้เป็นเจ้าคืนแห่งคริสมาสที่รับกับหิมะอันแสนพิสุทธิ์ที่โปรยปรายร่วงหล่นจากท้องฟ้า วันนี้อาจเป็นคืนที่แสนสุขสำหรับหลายๆคน แต่มันก็เป็นคืนที่แสนเงียบเหงาสำหรับคนบางคนเช่นเดียวกัน
เนินหิมะที่ช่างห่างไกลแสงสีจอมปลอมของเมือง มีเพียงแค่จันทราและดวงดาวที่สาดส่องชโลมจิตใจดวงน้อยๆทั้ง 2 ดวง ณ ที่ตรงนี้ มีเพียงเด็กน้อย 2 คนยืนจูงมือกันฝาแฝดที่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน
เรือนผมตัดซอยระต้นคอ สีดุจดั่งจันทราปลิวสยายรับลมหนาว นัยน์ตากลมโตสีแห่งเกลียวคลื่นของท้องทะเลอันแสนเศร้าหมอง ตัดกับผิวขาวจัดอมชมพู ริมฝีปากเอิบอิ่มสีกลีบกุหลาบ ดวงหน้าหวานล้ำราวกับประติมากรรมที่ถูกสรรค์สร้างอย่างปรานีต ร่างบอบบางที่ถูกห่อหุ้มด้วยโค้ดสีขาวของทั้งคู่ยืนอยู่นิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดอีกแล้ว ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาจนกระทั่งเสียงใสๆของหนึ่งในเด็กน้อยร้องขึ้นมา“หนาวจังเลยนะไฟย์”
ผู้ถูกเรียกว่าไฟย์พยักหน้าตอบแล้วกระชับมือที่จับฝาแฝดของตนไว้ให้แน่นขึ้น “กลับไหมละยูยย์”
หากแต่ยูยย์กลับส่ายหน้าน้อยๆ “ที่นั่นไม่ใช่บ้านนี่นา”
ริมฝีปากเรียวของไฟย์ประดับรอยยิ้มงดงามแห่งการเสแสร้ง “ก็จริงนะ ”
ไม่มีแล้ว ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีที่ที่จะให้พวกเรากลับไปได้อีกแล้วเพียงเพราะว่า พวกเป็นเป็นแค่เด็กที่ไม่สมควรเกิดมาบนโลกใบนี้งั้นหรือ ?
แซไฟร์เม็ดงามของแฝดผู้น้องเงยขึ้นไปสบเข้ากับดวงดาวที่พราวระยับบนฟากฟ้าสีดำสนิท มันช่างมีชีวิตชีวาและสดใสเหลือเกิน ทำยังไงกันนะถึงได้เปล่งแสงได้ถึงขนาดนั้น “คุณพ่อกับคุณแม่จะอยู่บนนั้นไหมนะ”
ไฟย์เงยหน้าตามน้องชายตน “อยู่สิ ตอนที่คุณพ่อตายเพราะพวกเรานะคุณแม่ก็บอกไว้ว่าคุณพ่อกลายเป็นดาวไปแล้ว กลายเป็นดวงดาวคอยมองเราจากที่อันห่างไกล”
“ตอนที่คุณพ่อตายคุณแม่บอกไว้แบบนั้นนี่นา แต่ว่า ตอนที่คุณแม่ฆ่าตัวตายนะไม่เห็นบอกพวกเราเลยนี่ว่าจะไปเป็นดาว”
“แต่ว่าคุณแม่เคยบอกว่าคนที่ตายแล้วจะได้ขึ้นไปดวงดาวคอยมองพวกเรา และส่องแสงชี้ทางให้กับพวกเรา เพราะงั้นโลกนี้ถึงได้มีดวงดาวอยู่เต็มท้องฟ้าไงละ”
นัยน์ตาสีฟ้าใสหม่นหมองลงเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าบางสิ่งบางอย่างหลงเหลืออยู่ แต่ทว่าการที่จะไม่ได้รับสัมผัสอันแสนอบอุ่นจากเหล่าผู้อันเป็นที่รักต่อไปนั้นมันช่างเงียบเหงาเหลือเกิน
บางทีอาจจะเป็นเพราะอากาศที่เหน็บหนาวแบบนี้ละมั้งที่ทำให้เราหนาวไปถึงขั้วหัวใจ“ขี้โกงจังเลยนะ”
“เอ๋?” ไฟย์อุทานพร้อมหันไปมองใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของฝาแฝดผู้น้อง”ทำไมละ”
“ก็ทุกๆคนได้อยู่ด้วยกันนี่นา ทุกๆคนทิ้งเราเอาไว้ เพราะว่าเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการงั้นหรอ”
“บางทีอาจจะเป็นแบบนั้น”
“เพราะว่าเป็นเด็กที่ไม่สมควรเกิดมางั้นหรอ คุณพ่อกับคุณแม่ถึงถูกฆ่าตาย ตายเพราะพวกเรา”
“นั่นสินะ”
ราวกับได้ยินเสียงเพลงจากหญิงสาวร้องดังมาจากที่ไกลแสนไกล มันช่างแผ่วเบาและเศร้าหมอง เนื้อร้อง ทำนองที่น่าโหยหา มันคือเพลงที่คุณแม่ของพวกเขาร้องเป็นประจำ เสียงอันอ่อนนุ่มกังวานดังก้องอยู่ในหู
.....อยากมีความสุข.....ยูยย์หันไปมองพี่ชายของตนที่หลับตาพริ้มคล้ายจะหวนระลึกถึงอะไรบางสิ่งบางอย่างที่มันน่ารังเกียจเสียเหลือเกิน “ถ้าอย่างงั้นยูยย์ตามคุณพ่อกับคุณแม่ไปได้ไหม”
เสี้ยวหน้าหวานลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ”หมายถึงยูยย์จะตายงั้นหรอ”
“ก็คุณแม่บอกว่าทุกๆคนจะตายไปเป็นดาวนี่นา ถ้ายูยย์ตายไปก็จะไปเจอทุกคนๆได้ใช่ไหมละ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่”
....อยากเป็นความสุขของคุณ........ดังนั้นช่วยพาชั้นไปที....
.....พาชั้นไปยังที่ไกลแสนไกล.....
....ที่ไหนซักแห่งที่ไม่ใช่ที่นี่....
จันทราดวงน้อยผละมือจากฝาแฝดผู้พี่แล้วแย้มยิ้มให้อย่างสดใส แต่ทว่าไฟย์กลับรั้งน้องชายตนเข้ามากอดเอาไว้เสียแน่น
“ไม่ว่ายูยย์จะไปไหน ไม่ว่าจะทำอะไร ไฟย์ก็จะอยู่ด้วยนะ”
ไม่ว่ายากทุกข์ยามสุขพวกเราก็จะอยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันจลอดไปตราบจนร่างกายนี้จะเสื่อมสลาย
“ยูยย์เอง ไม่ว่าไฟย์จะไปไหน จะทำอะไรยูยย์ก็จะอยู่ด้วยเหมือนกันนะ”ร่างบางว่าแล้วโอบตอบรับสัมผัสไออุ่นพวกเรามีแค่กันและกันเท่านั้น
“นี่ไฟย์”
“หือ?” ไฟย์คลายอ้อมแขนจากน้องชายตัวเองแล้วลูบไล้ใบหน้าที่ไม่แตกต่างจากใบหน้าตนแม้แต่น้อย
“ยูยย์อยากจะไปหาคุณพ่อกับคุณแม่ก็จริงแต่ว่านะไฟย์ ทำแบบนั้นจะมีความสุขรึเปล่านะ”
.....อยากมีความสุข.....“มีสิ เพราะไฟย์ได้อยู่กับยูยย์ไงละ”
ขอแค่มียูยย์อยู่ จะอยู่ที่ไหนก็มีความสุขแล้วละ เพราะพวกเราต่างเป็นของกันและกัน ฉันไม่อาจพรากจากยูยย์ได้ แล้วยูยย์เองก็ไม่อาจพรากจากฉันได้เช่นกัน เพราะเนื้อแท้พวกเราคือวิญญาณดวงเดียวกัน
นัยน์ตาสีฟ้าใสสบเข้ากับไฟย์ ดวงตาของไฟย์ช่างเข้มแข็งจริงๆ ไม่ว่าเมื่อไรไฟย์ก็หนักแน่นกว่ายูยย์เสมอเลยนะ
“งั้นยูยย์ไม่ไปแล้วละ”
ใบหน้างดงามเอียงคอด้วยความสงสัย แต่แฝดผู้น้องของเขากลับยิ้มน้อยๆ
“ก็ต่อให้มีคนทั้งโลกมาอยู่ด้วย แต่ก็เทียบไฟย์ไม่ได้เลยไงละ เพราะไฟย์เป็นหนึ่งเดียวกับยูยย์นี่นา”
อยากจะอยู่กับไฟย์ตลอดไป มีเพียงไฟย์เท่านั้นที่มองฉัน มีเพียงไฟย์เท่านั้นที่อยู่เคียงข้างตลอดเวลา มีเพียงไฟย์เท่านั้นที่คอยปลอบประโลมยากโศกเศร้า เท่านั้นเองริมฝีปากบางของแฝดผู้พี่คลี่ยิ้มน้อยๆอย่างจริงใจที่สุด มือเล็กๆของตนเกาะกุมสิ่งสำคัญเอาไว้อย่างแน่นหนา“ไฟย์ยูยย์หิวแล้วละกลับบ้านกันเถอะนะ”
“เอ๋ ก็ไหนตะกี้ยูยย์บอกว่า..”
มือบอบบางของแฝดผู้น้องบีบเล็กๆเข้าให้กับคนขี้สงสัย ยูยย์ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับพี่ชายของตนแล้วพูดต่อ”ก็ไฟย์จะอยู่ด้วยไม่ใช่หรอ ที่ที่ไฟย์อยู่นั่นคือบ้านของยูยย์ไงละ”
ขอแค่มีเพียงไฟย์เด็กน้อยทั้งสองยิ้มให้แก่กัน ตอนนี้พวกเขาไม่รู้สึกเหน็บหนาวเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายอยู่ก็ตาม
เป็นครั้งแรกที่ทำให้รู้ว่ามือของคนเรามันช่างอบอุ่นได้ถึงขนาดนี้
....อยากเป็นความสุขของคุณ....
แต่ก่อนที่ทั้งคู่ทั้งคู่จะเดินกลับไปดวงตากลมโตทั้ง 2 พลันเห็นแสงที่ส่องประกายแล้วร่วงหล่นลงอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะยูยย์ดูสิดาวตกละ มาอธิฐานกันเถอะนะ เขาว่ากันว่าถ้าหากขอพรกับดาวตกแล้วละก็มันจะเป็นจริงนะ”
ทั้งสองคอยมองส่งจนกระทั่งดวงดาวเล็กๆนั่นลาลับขอบฟ้าพอดีกับแสงอาทิตย์ที่เริ่มทอประกายขึ้นมาพร้อมรับวันใหม่
“ยูยย์ขออะไรงั้นหรอ”
“แล้วไฟย์ละขออะไร”
เด็กทั้งสองหันมายิ้มให้กันเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะตอบพร้อมกันด้วยเสียงสดใส
“ความลับ!”
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
ยูยย์นะถึงจะเห็นแบบนั้นแต่เนื้อแท้จริงแล้วหวั่นไหวง่ายและขี้โลเลอีกด้วย
เพราะงั้นฉันถึงจะต้องเข้มแข็งขึ้นเพื่อปกป้องยูยย์
ยูยย์จะรู้ไหมนะว่าฉันอธิฐานอะไรกับดาวตก
ฉันไม่ได้หวังอะไรมากมาย
ฉันก็แค่หวังเพียงอย่างความปรารถนาเพียงอย่างเดียวของฉัน
เพียงแค่อยากจะอยู่กับยูยย์ตลอดไปอยากจะมีความสุขร่วมกันกับยูยย์
เพราะมีเพียงยูยย์เท่านั้นที่รักฉัน มีเพียงยูยย์เท่านั้นที่จะร่วมสุขร่วมทุกข์กับฉัน
มีเพียงยูยย์เท่านั้นที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไปตราบจนชีวิตนี้จะหาไม่
ถ้าพรข้อนี้เป็นจริงได้ก็ดีเนอะ…ยูยย์+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
ไฟย์นะถึงจะเข้มแข็งและหนักแน่นมากกว่าฉันก็จริงอยู่แต่เห็นแบบนั้นเป็นคนขี้เหงาจะตายไป
ถ้าไม่มีฉันอยู่ด้วยข้างๆต้องโศกเศร้าแน่ๆเลย เพราะงั้นไม่ว่าเมื่อไรและที่ไหนฉันก็จะอยู่กับไฟย์ตลอด
แต่ว่าไฟย์จะรู้ไหมนะ ว่าฉันขออะไรกับดาวตกนะ
ฉันไม่ได้อยากอะไรทั้งนั้นนอกจาก
ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวของฉัน ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของฉัน
เพียงแค่อยากจะอยู่ด้วยกันกับไฟย์ตลอดไป
ไม่ว่ายากใด เมื่อไร ที่ไหน และสภาพใด ฉันก็อยากจะอยู่เคียงข้างไฟย์ตลอดไป
เพราะมีเพียงแค่ไฟย์เท่านั้นที่รักฉัน มีเพียงไฟย์เท่านั้นที่จะโอบกอดฉันอย่างอ่อนโยนแล้วคอยปลอบปลอบประโลม มีเพียงแค่ไฟย์เท่านั้นที่ยอมรับฉันในความเป็นฉัน
ก็เพราะพวกเราต่างเป็นครึ่งเสี้ยวของกันและกันสินะ
มีเพียงแค่ไฟย์เท่านั้นที่อยากจะอยู่ด้วยตราบร่างกายนี้จะสลายไป
ถ้าคำขอนี้เป็นจริงได้ก็ดีเนอะ...ไฟย์
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
หิมะยังคงโปรยปรายอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ทว่าท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนกลับมีเส้นผมสีทองอร่ามแทรกซึมอยู่กับสีขาวพิสุทธิ์ มือขาวจัดของเขาถูกปล่อยตกข้างลำตัวอย่างไม่สนใจ ใบหน้างดงามราวอิสตรีถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวแต่เขาก็ไม่คิดที่จะปัดมันออกไปเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีฟ้างดงามแต่หากช้างหม่นหมองและโศกเศร้าเหลือจะเอ่ย ริมฝีปากบางระบายยิ้ม
ไม่ใช่การยิ้มด้วยความสดใส หรือความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ แต่หากนี่คือรอยยิ้มของคนตาย รอยยิ้มที่เหยียดหยันในการมีชีวิตของตนเอง
ทำไมเราถึงยังอยู่กันนะ
ทั้งที่ครึ่งหัวใจของเราได้ตายไปแล้ว
ทำไมเราถึงไม่เคยคิดเลยนะ
ว่าความหวังเพียงหนึ่งเดียวนั้นมันจะไม่มีวันเป็นจริง
พวกเราผิดงั้นหรือที่แค่อยากจะอยู่ด้วยกัน
ไม่สิพวกเราทั้งคู่อาจจะผิดตั้งแต่เกิดขึ้นมาบนโลกนี้แล้ว
นี่คือความผิดของผู้ที่ถูกพระเจ้าหันหลังใช่ไหม
ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีคนที่จะคอยเอาใจใส่ฉัน คนที่จะคอยปลอบประโลมฉัน คนที่จะมองเพียงฉัน คนที่จะยอมรับในตัวตนของฉัน
ทำไมละ? ทั้งๆที่ฉันก็แค่อยากอยู่กับไฟย์เท่านั้นเอง
....อยากเป็นความสุขของคุณ....
....ดังนั้นช่วยพาชั้นไปที....
.....พาชั้นไปยังที่ไกลแสนไกล.....
....ที่ไหนซักแห่งที่ไม่ใช่ที่นี่....
*********************************